ไม่รักไม่มาน่ะ เพราะนี่คืออินเดีย ครั้งที่ 3  

แลนด์ดิ้งอินเดียครั้งแรกก็จัดที่สวยๆก่อนเลย คือทัชมาฮาล ชัยปุระ ครั้งที่ 2 ไปเก็บแลนด์สเคปเทพๆที่เลห์ ลาดัก ทริปนี้เราไปแสวงบุญที่พุทธคยา และ พาราณสี ซึ่งเป็น 2 เมืองต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา ที่พวกเราควรมาเยือนสักครั้ง ยิ่ง AirAsia บินตรงมาเมืองคยา ก็ยิ่งทำให้คนไทยได้มาแสวงบุญที่พุทธคยาได้ง่ายขึ้น และต่อไป AirAsia จะเปิดเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพมาพาราณสี ยิ่งทำให้คนไทยมีตัวเลือกในการเดินทางมากขึ้น สามารถตามรอย 2 ใน 4 สังเวชนียสถานที่สำคัญได้แบบสบายๆ เลยแต่เราไม่รอเที่ยวบินตรงล่ะน่ะ เพราะมีเวลาแค่ไม่กี่วันช่วงนี้เอง รอบนี้จัดได้แค่สถานที่ตรัสรู้ที่พุทธคยา และสถานที่แสดงปฐมเทศนาที่สารนาถ เมืองพาราณสี แต่ถ้าใครมีเวลามากว่านี้ ก็จัดสังเวชนียสถานทั้ง 4 ตำบล ให้ครบ อาจจะบินไปลงพุทธคยาแล้วกลับทางพาราณสี หรือจะสลับเป็นบินไปลงพาราณสีแล้วกลับทางพุทธคยาก็ทำได้ง่ายๆ

แต่ทริปนี้เราบินไปกลับจากคยา เราก็เที่ยวพาราณสีแบบมหาราณีได้ง๊ายๆ ก็เช่ารถพร้อมคนขับเที่ยวกันยาวๆเลยสิจ๊ะ ใครอยากไปแสวงบุญที่พุทธคยาและพาราณสีกันง่ายๆก็ตามมาเลยยยย

ทริปนี้ 6 วัน 5 คืน ไปกัน 2 คน คนล่ะไม่ถึงหมื่น (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) แต่เที่ยวสบายดุจมหาราณี รวมกินนอนช๊อปจ้าาา

เริ่มต้นที่จองตั๋วเครื่องบินกันก่อน ซึ่งสายการบินแอร์เอเซียมีบินไปเมืองคยาทุกวัน

ขาไป กรุงเทพ – คยา

FD122 DMK 08.20 – GAY 10.10

ขากลับ คยา – กรุงเทพ

FD123 GAY 10.40 – DMK 14.50

อาหารบนเครื่อง Air Asia จัดว่าฝากท้องกันได้ แถมยังมีเมนูอร่อยมากๆๆให้ต้องตามสั่งกันอีกหลายเมนู ช่วงนี้ต้องไม่พลาด เมนูใหม่ ผัดไทยสูตรโบราณห่อไข่ ราคา 150 บาท ขนมปังสังขยา ไข่เค็มกับช็อคโกแลต ของ After you ราคา 90 บาทเองง อร่อยหวานมันจนหยุดไม่ได้ จะหยุดก็ตรงมันหมดสั่งเพิ่มไม่ได้นั่นล่ะ และ ชานมไทยไข่มุกบุก ราคา 75 บาท อันนี้สายไข่มุกต้องห้ามพลาดเพราะมันดีมากก แถมราคาถูกกว่าในห้างน่ะ ทั้งสองเมนูมักจะหมดเร็วตั้งแต่ออกจากกรุงเทพ เพราะฉะนั้นขากลับ บอกเลยอดแน่นอน !!  (แต่ตอนนี้สั่งจองล่วงหน้าได้แล้วนะ เพิ่งเห็นแคมเปญล่าสุดจากแอร์เอเชีย)

ขาไปเล็งกันดีๆ จอง hot seat มาเลย นั่งแถวหน้าได้กินแน่

ส่วน ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นเมนูที่สั่งขากลับเพราะ 2 อย่างข้างบนมันหมด อยู่อินเดียเกือบอาทิตย์มันโหยอยากทานอะไรหวานๆอร่อยๆ ก็ต้องสั่งข้าวเหนียวมะม่วงนี่ล่ะ แก้ขัดได้ ลงเครื่องค่อยจัดเต็มกันอีกทีล่ะกัน


ขอ E-TOURIST VISA ง่ายๆ

อินเดีย เป็นประเทศที่เราคนไทยต้องใช้วีซ่า แต่เป็นวีซ่าที่ขอสะดวกง่ายดายมากๆเพราะเราสามารถขอวีซ่าออนไลน์ (E-TOURIST VISA INDIA) (คนไทยต้องขอผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2562 เป็นต้นไป โดยสามารถขอวีซ่าออนไลน์ได้ช้าสุด 4 วัน และเร็วสุด 120 วันก่อนวันเดินทางวันแรก

รายละเอียดอัตราค่าธรรมเนียมเรทใหม่ —

  • วีซ่าท่องเที่ยวอายุ 30 วัน / Double Entry (เข้า/ออกประเทศได้ 2 ครั้ง) = 25 USD (ประมาณ 760 บาท)
  • วีซ่าท่องเที่ยวอายุ 1 ปี / Multiple Entry (เข้า/ออกประเทศได้หลายครั้ง) = 40 USD (ประมาณ 1,220 บาท)
  • วีซ่าท่องเที่ยวอายุ 5 ปี / Multiple Entry (เข้า/ออกประเทศได้หลายครั้ง) = 80 USD (ประมาณ 2,440 บาท)

ซึ่งเราสามารถโหลดแบบฟอร์มขอวีซ่าได้ที่นี่ ==> HTTPS://INDIANVISAONLINE.GOV.IN/EVISA/TVOA.HTML

วีซ่าให้เรากรอกหลายหน้าอยู่ ดูเหมือนยาวและยุ่งยากแต่เป็นข้อมูลพื้นๆที่เราสามารถตอบได้ไม่ยาก แนะนำให้อ่านคำถามและตอบทิ้งไว้ใน NOTE ก่อน เวลากรอกจริงเราจะได้ไม่เสียเวลามากนัก อ้อ อย่าลืมปริ้นท์วีซ่าติดมาด้วยนะคะ


แลกเงินและซิมการ์ด

อินเดียใช้เงินสกุลรูปี ค่าเงินคิดกันง่ายๆคือ 1 บาทเรา เท่ากับ 50 สตางค์เค้า ซื้อของนี่คิดหาร 2 กันง่ายๆไปเลย เช่น 100 รูปี = 50 บาท แนะนำให้แลกรูปีเป็นแบงค์ย่อยมาน่ะ เพราะเราใช้ยิบย่อยตลอดทางจริงๆ ทั้งค่าน้ำ ค่าสารพัดทิป การบริการทุกอย่าง คนที่นั่นเค้าต้องการทิปน่ะ มันเป็นวัฒนธรรมของเค้าไปแล้ว อย่าได้มองเห็นเป็นอย่างอื่น คิดให้เป็นเรื่องสนุกสนาน เราก็จะเที่ยวสนุกไปเอง ^^ แลกรูปีมาจากไทยเลย เพราะลงมาได้ใช้แน่นอน เรทซุปเปอร์ริชดีงามที่สุดแต่ถ้าไม่ได้แลกมาแต่ไม่พอก็ไปแลกที่ร้านโอม ที่หน้าพุทธคยาได้ เรทดีสูสีกับซุปเปอร์ริชเลย

ซิมการ์ด เราใช้ซิมจากไทยเลย เคยใช้ค่ายหลักๆเอามาใช้ที่อินเดียในเมืองได้ไม่มีปัญหาค่ะ


[ ทริคในการช๊อปปิ้ง ]

แนะนำสั้นๆง่ายที่สุดคือต่อให้หนัก !!

ว่าถ้าเดินซื่อของในตลาด ต่อไปเลยครึ่งนึง (หรือมากกว่า) โอกาสที่จะได้มีสูงมาก หรือถ้าเป็นย่านช๊อปปิ้ง อย่าทำเป็นสนใจอยากได้สิ่งของที่เราดูครั้งแรก เค้าจะลดให้เรายาก เพราะรู้ว่าเราอยากได้ ให้โยนหินถามทางไปก่อน ไม่ได้ก็เลยไปร้านหน้า ไม่ต้องรีบช๊อป เพราะของมันเหมือนๆกันนั่นล่ะ

เราช๊อปมาพอสมควร แต่ที่หนักสุดก็พวกนี้ล่ะ มาอินเดียคือต้องจัดน่ะ นี่ตั้งแต่เดินทางมา ครั้งนี้ช๊อปแนวนี้หนักสุด ครึ่งเป๋าเลยจ้าา

ยาลมยาดมยาหม่อง ยาสีฟัน ครีมทาตัว ทาตา ทามือ ทาเท้า ทาปาก แต้มสิว ปวดข้อ ปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดหัว แผลน้ำร้อนลวก สบู่ เขียนขอบตา จัดมาค่ะ คือของเค้าใช้ดีมาก พวกครีมนี้ซึมเข้าผิวเร็วมาก ชุ่มชื้นห้อมหอมล่ะแถมถูกมากกกก เราจัดมาเยอะ ขนมาเหมือนขาย แต่ของฝากจริงๆน่ะ คือฝากน้องๆและแม่ทั่วถึงเลย

ไปอินเดีย นอกจากผ้าสวยๆแล้ว Himalaya นี่น่าจะเป็นของต้องห้ามพลาดกันเลยทีเดียว ทริปนี้จัดมาเบาๆ  เพราะมันถูกมากๆๆ ในไทยว่าถูกแล้ว ที่โน้นถูกกว่าเยอะ

และในส่วนของทริปที่แล้วนั้น …​


ถึงสนามบินคยา ก็ถึงอินเดียแล้วค่ะ (ก็แหงล่ะ อิอิ)​

แท็กซี่ : ไม่มีเคาน์เตอร์บริการน่ะ แต่จะมีคนมาเดินถามเราตลอด เลือกซักคน ต่อกันหน่อย ราคาแท๊กซี่ปรกติไปพุทธคยา (ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินประมาณ 15 นาที) ประมาณ 600-800 รูปี ราคานี้ล่ะ แต่เราได้มา 500 ดีใจมากคิดว่า เอาแล้ววว มาอินเดียรอบนี้ประเดิมของถูกล่ะ …..

แต่ 500 รูปีนี่ คือรถที่แอร์เสียน่ะ คือนั่งเปิดหน้าต่างโกรกลมไปจ้านายจ๋าาาา โชคดีที่ตอนไปอากาศไม่ได้ร้อนอะไรมากนัก แต่ใครเดินทางช่วงปลายปีไม่ต้องห่วง อากาศหนาวแล้ว ยังไงตอนเจอก็ต่อรองราคา คุยเรื่องสภาพรถดีดีก่อนน้า


แสวงบุญที่พุทธคยา และพาราณสี  เราไปไหนกันมา มาดู  13 จุดต้องไปกัน 

เริ่มที่พุทธคยา เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายเหมือนทุกครั้งที่มาอินเดีย เราเช่ารถพร้อมคนขับพาเที่ยวกัน 4 วันเต็มๆ โดยเช่ารถเก๋งแบ่งเป็น 2 รูทคือรูทแรก เดินทาง ราชคฤห์ “มหาวิทยาลัยนาลันทา” “วัดเวฬุวันมหาวิหาร” และ “เขาคิชฌกูฏ” เขาคิดราคา 3000 รูปี และเหมารถไปพาราณสี 3 วันราคา 10000 รูปี รวมทุกอย่างแล้ว ซึ่งไม่แพงเลยกับการเที่ยวแบบมหาราณี นั่งรถเที่ยวสวยๆตลอดทริป ซึ่งการเหมารถพร้อมคนขับเที่ยวอินเดียนี่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากเที่ยวสบาย เพราะชีวิตในอินเดียจะสะดวกสะบายขึ้นมากจริงๆ จะไปไหน อย่างไรหรือจะจอดถ่ายรูปที่ไหนยังไงก็บอกคนขับรถ จอดแล้วนัดรับกัน ไม่ต้องไปผจญภัยกับผู้คนและรถสาธารณะ

 มาอินเดียทุกครั้งเราก็ใช้บริการรถเช่าแบบนี้ล่ะ  ค่าใช้จ่ายแน่นอนว่าสูงกว่านั่งรถสาธารณะทั่วไป แต่ถ้าไปกันหลายคนก็หารกันเหลือคนล่ะไม่เท่าไหร่  บอกเลยว่าเราจะเที่ยวอินเดียได้สนุกและประหยัดเวลาขึ้นมากจริงๆ

ระยะทางจากพุทธคยาไปสารนาถ ประมาณแค่ 250 กม. แต่ใช้เวลาเดินทางกันเป็นวันคือประมาณ 6-7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการจารจร ซึ่งมักจะติดหนักเป็นส่วนมาก และสภาพถนนเค้าไม่ดีซักเท่าไหร่ ใช้ความเร็วไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นไปไหนมาไหนนี่ควรจะเผื่อเวลาไว้ด้วยเด้อ 

** แต่การเดินทางด้วยรถแบบนี้ แม้จะใช้เวลามากซักนิดแต่ก็ทำให้เราได้เห็นสภาพบ้านเมือง วิถีชีวิตของผู้คนได้ชัดเจนถนัดตายิ่งขึ้นน่ะ **

สนใจติดต่อรถเช่าที่พุทธยา ติดต่อคุณ Vikky Kumar เราได้คอนแทคมาจากพี่ที่วัดไทย เจ้านี้เค้าบริการคนไทยอยู่เป็นประจำ โอเคไว้ใจได้เลยค่ะ

line ID: Vicky1437  email : info@smileholidayteam.com 

www.smileholidayteam.com

 

1.วัดไทยพุทธคยา 

ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คที่นี่เป็นที่แรก มาพุทธคยาทั้งที่ขอเห็นวัดไทยให้อุ่นใจเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อน ซึ่งวัดไทยพุทธคยานี้เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย 

พระอุโบสถของวัดไทยพุทธคยาจำลองแบบมาจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารที่กรุงเทพ สวยง่ามลือค่าจริงๆ

นอกจากที่พักสำหรับพวกเราที่มาแสวงบุญแล้ว ภายในวัดก็มีทั้งโรงพยาบาล ร้านอาหารไทย (รสชาติฝากท้องได้น่ะ) หรือแม้แต่กระทั่งกงศุลไทยอยู่ในนี้ด้วย เดินเข้ามาในรั้ววัดไทยแล้วอุ่นใจจริงๆ

 

2. พุทธคยา หรือ วัดมหาโพธิ (Mahabodhi Temple)


พุทธคยา หรือวัดมหาโพธิ  ถือเป็นศูนย์รวมของการจาริกแสวงบุญจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วโลก รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตั้งอยู่จากริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา 350 เมตร พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ถือเป็นสังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะ โดยในปี พ.ศ. 2545 วัดมหาโพธิ (พุทธคยา) สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม ขององค์การยูเนสโก



ค่าเข้าพุทธคยาฟรี แต่ต้องฝากมือถือ พาวเวอร์แบงค์ สายชาร์ตไว้ที่ล็อคเกอร์ เพราะฉะนั้นใครที่อยากได้รูปถ่ายด้านใน เอากล้องตัวเล็กๆมาน่ะจ๊ะ

ค่าเอากล้องเข้า 100รูปี
กล่องวีดิโอ 300 รูป

พุทธคยา ปิด 3 ทุ่ม ใครที่มากลางวันแล้วยังไม่อิ่ม ก็ลองแวะมาตอนกลางคืนก็จะได้อีกบรรยากาศนึงน่ะ

3. กลุ่มวัดพุทธนานาชาติ

วัดภูฏาน 

บริเวณพุทธคยา มีวัดพุทธนานาชาติ โดยมีประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งสายมหายานและเถรวาท ที่ศรัทธามาสร้างวัดขึ้น มาที่เดียวได้ชมศิลปะหลายประเทศกันเลย เรียกว่าเป็นอาณาจักรแห่งพุทธศาสนิกนานาชาติก็ว่าได้ นอกจากวัดไทยที่มีหลายวัดแล้ว  มีวัดพม่า วัดสงฆ์อินเดีย วัดเวียดนาม วัดเกาหลี วัดภูฏาน วัดสิกขิม วัดบังคลาเทศ วัดจีน  วัดธิเบต วัดญี่ปุ่น เป็นต้น

เราจ้างสามล้อ ตุ๊กตุ๊ก 300 รูปีขับวนเที่ยวชมสามสี่วัด เพราะเวลามีจำกัด เอาพอให้ได้เห็นความหลากหลายและพลังแห่งศรัทธาของชาวพุทธที่มาสร้างวัดที่นี่กันพอ

  วัดทิเบต

 

ไดโจเคียว วัดญี่ปุ่น

รูปปั้นพระใหญ่แห่งไดโจเคียว (The Great Buddha of Daijokyo) 

ขนาด 19.5 เมตร ทำจากหินทรายและหินแกรนิต ดูคล้ายๆกับพระใหญ่ไดบุทสึที่ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

เป็นรูปปั้นของพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้าทั้ง 10 องค์

4.วัดเวฬุวันมหาวิหาร(Venuvan Vihara)

หรือ พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน วัดสวนป่าไผ่ เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา

เมืองราชคฤห์ เมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ ครั้งสมัยพุทธกาล มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เบญจคีรีนคร

 5.เขาคิชฌกูฏ (Girdhkut Cave)

จากพาราณสีใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง มีจุดเด่นที่น่าสนใจคือจุดสูงสุดบนยอดเขาเป็นพระคันธกุฎีลักษณะเป็นอิฐปรักหักพังทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าก่อนเสด็จดับขันปริพนิพพาน และกุฏิวิหารสำหรับพระภิกษุสงฆ์อีกหลายท่าน และยังเป็นสถานที่ที่เงียบสงัด เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับผู้คนที่มาสักการะและระหว่างทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ สักการะถ้ำพระโมคคัลลานะ และถ้ำพระสารีบุตรสถานที่ที่พระสารีบุตรบรรลุเป็นพระอรหันต์

chair lift ราคาไปกลับ 80 รูปีไปวัดญี่ปุ่น Vishwa Shanti Stupa บนเขาคิชฌกูฏ

เดินเข้ามาเห็นประตูแบบนี ถ้าจะขึ้นแชร์ลิฟท์ให้ไปทางซ้าย ซึ่งจะขึ้นไปถึงยอดเขาซึ่งมีทางแยกเดินไปที่กุฏิพระพุทธเจ้าได้ แนะนำให้ไปถึงเช้าหน่อยคนเข้าคิวจะน้อย แต่ถ้าอยากจะเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏก็ให้เดินเลียบไปทางขวามือนะคะ


6.มหาวิทยาลัยนาลันทา 

ตั้งอยู่ในนาลันทา แคว้นมคธ (หรือรัฐพิหารในปัจจุบัน) อยู่ห่างจากเมืองราชคฤห์ประมาณ 16 กม.  เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก  และเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งราชวงศ์โมริยะ ประมาณปีพุทธศตวรรษที่ 3

องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนมหาวิทยาลัยนาลันทา เป็นมรดกโลกในปี 2016





เมืองพาราณสี (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง)เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอินเดียและยังจัดเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

7. สังเวชนียสถาน สารนาถ

สารนาถ พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3  เดิมมีชื่อว่า“ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน” เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก ดีใจที่ได้มาเห็นกับตา

ค่าเข้านักท่องเที่ยวชาติอื่นหลายร้อย ส่วนเราเอาพาสปอร์ตไทยไปโชว์ ราคาเหลือ 25 รูปี รวมค่าเข้าพิพิธภัณฑ์

เที่ยวอินเดียดุจมหาราณี ก็ต้องเหมารถเที่ยวจ๊ะ ซึ่งเราเหมารถมาจากพุทธคยา 10000 รูปี ออกตั้งแต่ 8 โมงกว่า มาถคงสารนาถบ่ายสามกว่า ถนนอินเดียนี่สุดยอดจริงๆ ทั้งสภาพถนนทั้งผู้คนรถรา ทุกอย่างเยอะไปหมดตาตาลาย คนขับจะอยู่กับเราจนถึงไปส่งที่พุทธคยาวันศุกร์ ไม่ถูกถ้าเทียบกับเที่ยวแบบแบ็คแพ็คลุยๆ แต่เทียบกับราคาทัวร์จากไทยแล้ว เที่ยวเองแบบนี้ถูกกว่า แถมสบายเหมือนกัน มากัน 3 คนกำลังดี หารกันก็ไม่แพง นั่งรถเก๋งหลวมๆสบายๆ

มหาราณี เที่ยวอินเดียง๊ายยง่าย อิอิ

Dhamek Stupa

Chaukhandi Stupa


8.พิพิธภัณฑ์สารนาถ


9.วัดไทยสารนาถ

10. ล่องเรือสู่แม่น้ำคงคา 

ชมความสวยงามของเมืองพาราณสีที่ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต Dasaswamedh Ghat ซึ่งท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต เป็นท่าน้ำที่ใหญ่ที่สุดและถือเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาแห่งหนึ่งของเมืองพาราณสี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ถือเป็นท่าน้ำที่มีเรือนำเที่ยวเยอะที่สุด จอแจที่สุด วันที่เราไปน้ำแรง เค้าว่าเรือพายออกไม่ได้ เลยจำเป็นต้องนั่งเรือยนต์ลำใหญ่ที่นั่งได้เป็นสิบคน แต่เราไม่อยากแจม เค้าบอกราคาเหมามา 6000 รูปี เราต่อได้ 1500 รูปี โหดไปมั้ย 555 แต่สุดท้ายเค้าขอเพิ่มอีก 200 รูปี ก็ให้ไปน่ะ คือเหนื่อยแล้ว ไม่มีแรงต่อรอง อิอิ




และบรรยากาศแถวๆท่าเรือ

คนที่นอนที่พักริมแม่น้ำคงคา ก็ต้องเดินลากกระเป๋าเข้าไปแบบนี้นะคะ เพราะบางจุดรถเข้าไม่ถึงจริงๆ 

11. พิธีคงคาอารตี ที่ท่าเรือ อัสสี ฆาต Assi Ghat

หรือที่เรียกอีกอย่างว่า พิธีบูชาไฟ เป็นพิธีกรรมหนึ่งที่ปฎิบัติกันมาแต่โบราณ เป็นการแสดงความเคารพสูงสุดต่อพระแม่คงคา จริงๆมีพิธีบูชาไฟที่หลายท่า รวมทั้งท่าทศาศวเมธ ฆาต ด้วย ตอนแรกก้ว่าจะไปท่านี้ล่ะ แต่คนขับรถเราพามาที่ท่านี้แทน บอกว่ารถติดเข้าไปถึงทศาศวเมธ ฆาต ซึ่งท่า อัสสี ฆาต คนน้อยกว่า สถานที่กว้างขวางไม่แออัด ต่างชาตินิยมมาที่นี่กันเยอะ เอ้า มาก็มา ซึ่งก็ดีงามสมใจเราล่ะ



12 .  เทวาลัยทุรคา Durga Temple

สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เพื่อสักการะเจ้าแม่ทุรคา ความโดดเด่นของเทวาลัยแห่งนี้คือตัววิหารสถาปัตยกรรมฮินดูแบบอินเดียเหนือสีแดงสดสะดุดตา

13.  ป้อมรัมนาการ์ (Ramnagar Fort)

ป้อมรัมนาการ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคงคา เป็นป้อมสถาปัตยกรรมแบบโมกุลขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองพาราณสี สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 ภายในมีพิพิธภัณฑ์ป้อมรัมนาการ์ซึ่งจัดแสดงวัตถุโบราณของอินเดียที่น่าสนใจและทรงคุณค่า เช่น กลุ่มคลังแสงอาวุธโบราณ รถโบราณ เครื่องดนตรีเก่าแก่

ป้อมรัมนาการ์เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 10.00 – 17.00

 


ที่พัก 

ทริปนี้เรามา 6 วัน 5 คืน ซึ่ง 2 คืนแรกที่พุทธคยา เรานอนที่โรงแรม Maya Heritage โรงแรมที่คนไทยรู้จักดีเพราะอยู่ในซอยติดกับวัดไทย ราคาไม่แพง คืนล่ะพันนิดๆ มองเห็นวัดไทยได้จากในห้องพัก แหม อุ่นใจดีจริง

โรงแรม Rivatas by Ideal ที่พาราณาสี

ก่อนจองห้องพักที่พาราณสี คิดหลายวันมาก ว่าจะนอน guesthouse ริมแม่น้ำใกล้ท่าใหญ่ หรือนอนโรงแรมห้องดีๆในเมือง คิดชั่งน้ำหนักหลายตลบ จนตัดสินใจมาเอาโรงแรมในเมืองดีกว่า

และตัดสินใจไม่ผิด เพราะถ้าต้องนอนโรงแรมริมแม่น้ำนี่คงยกเลิกทิ้งเงินแน่ๆเพราะนึกภาพลากกระเป๋าเดินลากกระเป๋าฝ่าดงคนดงเสียงเข้าไปถึง คงถอดใจ ถนนเข้าท่าใหญ่ปิดหลายเส้น รถเข้าไม่ได้ ต้องเดินไปอย่างเดียวเลย

จองมานอนนี่ 2 คืน คืนล่ะประมาณ 1700 บาท (ห้องต่ำสุด ถูกสุดล่ะ) เป็นย่านถนน The mall มีโรงแรมดีๆอยู่ติดกันเป็นพรืดเลย อยู่ห่างจากท่าใหญ่เค้า 6-7 กม. ไกลอยู่น่ะ แถมต้องผจญภัยบนถนนกว่าจะถึง แต่มันสงบกว่ากันเยอะ คะแนนในอะโกด้า แค่ 7 กว่า (เสี่ยงอยู่เพราะต่ำกว่าพวก guesthouse ริมน้ำที่ได้ 8-9 ซะอีก) แต่ที่นี่มันก็ดีน่ะ ห้องสะอาด ห้องใหญ่ น้ำแรง แอร์เย็น เลยไม่แน่ใจแล้วว่าคะแนนพวกนี้ เราเชื่อได้ขนาดไหน

ออกไปท่าเรือตั้งแต่เช้า แวะทานพิซซ่า ฮัทก่อนกลับเข้าโรงแรม 11 ปวดหัวมาก นอนพักหูในห้องถึงบ่ายสามกว่า ถึงจะออกไปอีกรอบ

ตอนเปิดประตูโรงแรมเข้ามานี่ คือนิพพาน เงียบกริบ !

ถ้าไม่อินดี้จนเกินไป หาโรงแรมดีๆนอนเหอะ มันคือการเยียวยาจริงๆน่ะ แต่ถ้าอยากลุย รักความมีสีสันและอยากสัมผัสความเป็นอินเดียหนักมากก็หาที่นอนใกล้แม่น้ำคงคาก็จะได้อีกอารมณ์ ไม่เสียหายอะไร

คืนก่อนกลับไทย นอนวัดไทยพุทธคยาไปคืนนึงสบายใจอุ่นใจ มานอนเพราะอยากเห็น (ขอถ่ายรูปไม่ได้น่ะ ต้องนอนถึงจะเห็นห้อง) และอยากมีประสบการณ์การนอนวัด สรุปคือดีเลย เงียบสงบห้องหับเค้าสะอาดสะอ้าน ดีกว่าโรงแรมหลายที่ แค่ไม่มีแอร์ มีพัดลมเพดาน ซึ่งกลางคืนที่พุทธคยาไม่ร้อนน่ะ และจากนี้ไปจะเย็นลงเรื่อยๆถึงหนาว

เรามานอนแล้วอย่าลืมใส่ซองทำบุญให้วัดด้วยน่ะ 1000 รูปี หรืออะไรก็แล้วแต่เรา อย่างน้อยให้เค้าเอาไปจ่ายน้ำไฟค่าคนงานทำความสะอาดเด้อ

ทริปนี้สนุกสนาน อิ่มบุญอิ่มใจ ได้เห็นได้ยินเสียงอะไรเยอะไปหมด 😅😂 ย้ำว่ามาอินเดียให้เอาหูฟังบลูทูธมา จะตัดปัญหาเรื่องเสียง surround รอบทิศไปได้มากกก

ผู้แสวงบุญที่ประสงค์จะพักที่วัดไทยพุทธคยา ในระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคม ต้องแจ้งให้ทางวัดทราบล่วงหน้า ประมาณ 2-3 เดือนก่อนการเดินทาง พร้อมระบุจำนวนผู้เข้าพัก วันเวลาที่จะเข้าพัก ด้วยจ้า

อาหารอินเดีย 


กลับแล้วจ้าาาา 

ชีวิตในอินเดียง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้น เราต้องพึ่งรถเช่าพร้อมคนขับ แต่ล่ะเมืองก็มีหลาบบริษัทิให้บริการ สำหรับที่พุทธคยาและพาราณสี สนใจรถเช่าติดต่อคุณ Vikky Kumar เราได้คอนแทคมาจากพี่ที่วัดไทย เจ้านี้เค้าบริการคนไทยอยู่เป็นประจำ โอเคไว้ใจได้เลยค่ะ

line ID: Vicky1437  email : info@smileholidayteam.com 

www.smileholidayteam.com

ต่อไปพวกเราที่ชอบเที่ยวเองและจะมาแสวงบุญที่นี่ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น บินมาลงคยา เช่ารถไปสารนาถ บินกลับจากพาราณสี หรือคนที่เคยมาพุทธคยาแล้ว ก็บินไปกลับพาราณสีตรงได้เลยสะดวกขึ้นมาก AirAsia เริ่มบินตรงไฟลท์แรก วันที่ 15 ม.ค.63 ** เลื่อนจาก 25 พย. **

จองได้เลยที่ www.airasia.com หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติม โปรโมชั่นต่างๆของแอร์เอเชียได้ที่ Facebook (facebook.com/AirAsia)



สำหรับค่าใช้จ่ายคร่าวๆ สำหรับ 2 คน ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน อาหารบางมื้อ (จด 2 วันแรก อิอิ) และช๊อปปิ้ง

เรทแลกเปลี่ยน INR 0.425 เราแลกซุปเปอร์ริช 10000 บาท ได้มา 35,294.12 แล้วไปแลกเพิ่มที่ร้านโอม (OM)  ร้านดังหน้าพุทธคยาอีกนิดหน่อย เรทดีใช้ได้น่ะ ถ้าใครมาเที่ยวพุทธคยาแล้วจะแลกเงินเพิ่ม แนะนำร้านนี้เลยค่ะ 

บริจาคที่พักในวัดไทย 1000 รูปี = 425 บาท

โรงแรม Maya Heritage ที่พุทธคยา คืนล่ะ 1150 บาท 2 คืน = 2300 บาท

โรงแรม Rivatas by Ideal ที่พาราณสี คืนล่ะ 1700 2 คืน = 3400 บาท

Taxi from airport 500 รูปี

อาหารไทย ร้านตักบาตร 300 รูปี

สามล้อจากวัดไทยไปพุทธคยา 30 รูปี

ฝากกล้องที่พุทธคยา 100 รูปี

สามล้อเที่ยววัด 200 รูปี

อาหารเย็น 360 รูปี =

เช่ารถไปราชคฤห์ 3000 รูปี = 1275 บาท

เช่ารถไปพาราณสี 10000 รูปี 3 วัน = 4250บาท

กระเช้าขึ้นคิชกูฏ 160 (80 ต่อคน)

วัดเวฬุวัน  200 รูปี (100 ต่อคน)

มหาวิทยาลัยนาลันดา  80 (40 ต่อคน) ทิปไกด์ 500 รูปี ** ตรงนี้จริงๆไม่จ่ายก็ได้ ใครมาเสนอตัวเป็นไกด์ปฏิเสธแข็งขันอย่างเดียวเลยน่ะ อันนี้เราใจอ่อนเอง

อาหารเย็นที่โรงแรม Maya Heritage 900 รูปี

ค่าเหมาเรือหางยาวลำใหญ่ล่องแม่น้ำคงคา 1500 + ทิป 200 = 1700 รูปี

เฉลี่ยค่าใช้จ่ายทั้งทริปเท่าที่จด ประมาณ 15000 บาท สำหรับ 2 คน ไม่รวมช๊อปและอาหารหลายมื้อ เอาเป็นว่าเฉลี่ยต่อคนทั้งทริปกำเงินไปหมื่นบาทเหลือๆจ้าา นี่ขนาดเหมารถเที่ยวหรูอยู่สบายกินอร่อยแล้วน่ะ

*** อาหารอินเดียในร้านปานกลาง ทานง่ายๆราคาเฉลี่ยมื้อล่ะไม่เกิน 500 รูปี หรือ 250 บาท อาหารไม่แพงค่ะ พวก KFC พิซซ่า McDonald’s ไม่แพงถูกกว่าบ้านเรานิดหน่อย  กินเต็มที่มื้อนึงไม่เกิน 500 บาท ** 


อินเดียเท่าที่เห็นเอาแบบสรุปกันสั้นๆเป็น BULLET ให้อ่านง่ายๆ

  • อินเดียช่างเป็นประเทศที่ทุกอย่างมันเยอะไปหมดทุกสิ่ง มันส์ดี
  • เป็นที่ๆหาความเป็นมินิมอลลิสต์ไม่เจอ สายติ๋มอาจเจอ CULTURE SHOCK งงหนักไปอีก
  • เป็นประเทศที่มีสีสันละลานตาทุกมุมเมือง ทุกแม่สี มาทุกเฉด ตาลายแน่แต่มันคือความสดใสสนุกสนานรื่นเริงเหมือนมีเทศกาลตลอดเวลา
  • ช้าง ม้า วัว หมา คน รถ ละลานตาเต็มถนนไปหมด
  • เสียงกระหึ่มสนั่นอื้ออึง มุมเรียบเงียบสงบไม่มี ติ๊ดฉึ่งเร้าใจกันทั้งวัน
  • เค้าส่ายหน้า แปลว่าใช่ สังเกตอาการดูดีๆน่ะ อินี่งงเหมือนกัน 555
  • อาหารเอาจริงๆก็กินไม่ยาก ส่วนใหญ่เป็นแนวเน้นเครื่องเทศ หรือลองหาอาหารทานง่ายๆ เช่น KFC / แมคโดนัลด์ / พิซซ่า เป็นที่พึ่งแก้เลี่ยน นอกจากมาม่าที่เราพกไปได้
  • แต่อาหารอินเดียทานติดกันเกิน 3 มื้อก็หนักเกินไปแล้วต้องหาอย่างอื่นมาเบรกแล้วไปค่อยต่อ
  • ร้านอร่อยมีเยอะ ร้านที่มีขายอาหารจีน พอฝากท้องได้ บางร้านอร่อยมาก อย่ากลัวในการเข้าร้านอาหารน่ะ ของมันต้องลอง
  • ผู้ชายเยอะมากก เห็นทั่วไปหมด บางที่หาผู้หญิงไม่เจอ จนกลัวเค้าเรียงคิวจีบ
  • ผู้คนเป็นมิตรจัดประชิดถึงตัวจนดูเหมือนจู่โจมแต่เค้าใจดี เพียงแต่เราระแวงไปเองว่าจะมาไม้ไหน
  • ซื้อของต้องต่ออย่างน้อยครึ่งนึง ไม่ให้ก็เดินหนี เดี๋ยวเค้ามาตามเอง
  • คนขายของอินเดียมีลูกตื้อหนักมาก หนักสุดๆจนบางทีก็รำคาญ ยอมพี่แกเลย เดินผ่านร้านไหนนี่แทบจะเข้ามาสิงกันเลยทีเดียว 555
  • ไปไหนมาไหนแต่งตัวมิดชิดซักนิด ผู้ชายเยอะไป๊
  • ลองนั่งรถตุ๊กตุ๊กของเค้าดู อัดกี่คนได้อัดไป เห็นคนอินเดียเค้านั่งซ้อนกันล้นคัน อ้อ ให้เค้ารอแล้วรับกลับเค้าจะไม่ไปไหน จ่ายเงินขากลับน่ะ
  • จ่ายอะไรอย่าลืมเงินทอน และนับต่อหน้ากันเลยน่ะ เจอลูกเนียนพี่แกแกล้งลืมทอนเฉยแต่กลับไปทวงได้ครบ โชคดีมาก
  • ระวังเรื่องน้ำ เรื่องอาหาร ถ้าทานในร้านค่อนข้างดีตลอด สบายมาก
  • แต่ …….

อินเดีย สวยมากๆๆทั้งสถาปัตยกรรมที่งดงามอลังการ ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม มีวัฒนธรรมเก่าแก่ มีสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาที่ต้องมาเยือน ผู้คนเป็นมิตรหนักมากเจอครั้งแรกก็เหมือนสนิทกันมาแรมปี เรื่องเงินเรื่องโกงราคาอะไรก็อย่าไปซีเรียส อย่าไปแระแวงให้หมดสนุก โชคร้ายก็เจอดี โชคดีก็ไม่มีอะไร มันเป็นกันทุกที่ล่ะ

แต่ที่แน่ๆเราว่าอินเดียเที่ยวสนุกจัง เป็นที่ๆมีแอคชั่นเยอะมากมายให้ลุ้นเร้าใจตลอดเวลา คนไฮเปอร์ สายไลฟ์ สายถ่ายรูป สายวัฒนธรรม สายแลนด์สเคป สายเที่ยว เอาเป็นว่าทุกสาย น่าจะชอบ … และเราชอบมากๆๆ  


เราว่าถ้าใครที่คิดว่าชีวิตมันจำเจน่าเบื่อ เซ็งกับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ไฟมอดหมดไฟในการทำงานหรือใช้ชีวิตไปวันๆ ไปเถอะ …. ลองมาที่นี่ดูซักครั้ง เราว่าอินเดียนี่คือประเทศที่เป็นบู๊สเตอร์อย่างดีเลยน่ะ ความมีสีสันไวแบร้นท์และความมีชีวิตชีวาน่าตื่นตาของประเทศนี้จะทำให้เราหายเนิร์ด หายงงแล้วจะหลงใหลมันอย่างไม่รู้ตัว  ไฟที่มันมอด มันจะกลับมาโชติช่วง ชีวิตจะสนุกขึ้น มีสีสันมากขึ้น

สำหรับพุทธคยา พาราณสี แม่น้ำคงคา เนรัญชลา พุทธคยา สารนาถ เขาคิชฌกูฏ กุฏิพระพุทธเจ้า บ้านพระอานนท์ พิธีอารตีบูชาไฟ วัดเวฬุวัน ฯลฯ

ชื่อเหล่านี้เราได้ยินมาตั้งแต่เรียนมาตอนเด็กๆ ได้มาเห็นสถานที่จริง มันรู้สึกดี้ดี อินแถมฟินแท้บอกเลย ยิ่งสายบุญหรือใครที่ต้องการมาแสวงบุญที่ 2 ใน 4 สังเวชนียสถาน ที่พุทธคยาและพาราณสี เราก็มาเที่ยวได้ง่ายแบบไม่ง้อทัวร์ ได้ทั้งบุญ ทั้งประสบการณ์ชีวิต มาอินเดียครั้งที่ 3 ได้เห็นวิถีชีวิตและสีสันความเป็นอินเดียที่แท้จริงก็ที่นี่ล่ะ

ถ้าจะให้เรารวบรัดเฉพาะทริปนี้ สั้นๆเลย ……เรามา​แสวงบุญที่พุทธคยาและพาราณสีง๊ายงาย

Facebook Comments

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec