พิจิตร ….​ เมืองพระดังเมืองนี้มีอะไรนอกจากชาละวันน๊าาา?

 

พิจิตร เมืองพญาชาละวัน ถิ่นกำเนิดนิทานเรื่อง ไกรทอง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีความหมายว่า “เมืองงาม” ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก มีแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมไหลผ่าน ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัยปรากฎในศิลาจารึกหลักที่1ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและในศิลาจารึกหลักที่8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า “เมืองสระหลวง” ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองโอฆบุรี” ซึ่งแปลว่า “เมืองในท้องน้ำ” นอกจากนี้เมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ สมัยรัตนโกสินทร์

เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครองเช่นเมืองอื่นๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ย้ายเมืองพิจิตรมาตั้งที่บ้านคลองเรียงซึ่งเป็นคลองขุดใหม่ ลัดแม่น้ำน่านที่ตื้นเขิน คลองเรียงจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านไป ส่วนบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา

DSC_3376

เคยไปเที่ยวพิจิตรแบบจัดเต็มครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน คราวนั้นตามเพื่อนไปเที่ยวที่วัดท่าหลวง อุทยานเมืองเก่า วัดเขารูปช้าง วัดโพธิ์ประทับช้าง วัดบางคลาน ไปดูเหมืองทองคำที่เขาพนมพา และอื่นๆมากมาย ไม่คิดว่าจนถึงวันนี้จะได้กลับไปเยือนเมืองน่ารักที่เงียบสงบเมืองนี้อีกหลายครั้ง วันนี้จะขอพาไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่ชอบมากๆคือย่านชุมชนเก่าตลาดวังกรด ตลาดท่าฬ่อ วัดท่าฬ่อ วัดห้วยเขนที่บางมูลนากที่มีของดีซ่อนอยู่คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่สวยงาม ไปชมพระนอนที่สวยงามที่วัดสุขุมาราม ไปเที่ยววัดเทวประสาท เที่ยวตลาดหาของกินอร่อยๆที่ตะพานหิน และได้กลับไปเยือนบึงสีไฟกันอีกครั้งในบรรยากาศใหม่ๆที่ตัวเองยังไม่เคยเห็นจากทริปที่แล้ว

พิจิตรน่าสนใจกว่าที่เราคิด ติดต่อสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย TAT Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.tourismthailand.org


 

ส่วนการเดินทางไปพิจิตรก็ทำได้ง่ายๆค่ะ ด้วยการขับรถไปค่ะ แหะๆ

จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์ – ชุมแสง – บางมูลนาก – ตะพานหิน – พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 1118) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทางประมาณ 345 กม.

จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางตากฟ้า – เขาทราย – สากเหล็ก (ทางหลวงหมายเลข 11) และเข้าสู่จังหวัดพิจิตรที่กิ่งอำเภอสากเหล็ก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 111) รวมระยะทางประมาณ 344 กม.

จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางสายตากฟ้า – เขาทราย (ทางหลวงหมายเลข 11) แยกเข้าเส้นทาง เขาทราย – ตะพานหิน (ทางหลวงหมายเลข 113) แยกเข้าเส้นทางตะพานหิน – พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 113) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร ระยะทางประมาณ 338 กม.

จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถีงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์ – พิษณุโลก (ทางหลวงหมายเลข 117) ถึงอำเภอสามง่าม แยกเข้าเส้นทางสามง่าม – พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 115) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทาง 360 กม.

 

รถโดยสารประจำทาง

รถประจำทาง (บ.ข.ส.) มีรถประจำทาง(บขส. สีส้ม) ไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ – พิจิตร ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถ.กำแพงเพชร  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-537-8055

รถประจำทางปรับอากาศ มีรถปรับอากาศชั้น1 ของบริษัทเชิดชัยทัวร์ออกทุกวันๆละ 4 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 9.00-22.10น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-936-0199

หรือทางรถไฟ

รถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไป-กลับ ระหว่าง กรุงเทพฯ – พิจิตร ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง สามารถขึ้นได้จากสถานีสามเสน บางซื่อ ดอนเมือง สนใจติดต่อหน่วยประชาสัมพันธ์การรถไฟ โทร. 02223-7010, 02223-7020

((ขอบคุณข้่อมูลการเดินทางจากทัวร์ไทยดอทคอมค่ะ))

สถานีรถไฟพิจิตร

DSC_6681 DSC_6682 DSC_6691 DSC_6692

จริงๆไปเที่ยวพิจิตรสามารถทำได้ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์นะคะ ออกเช้ามืดขับเรื่อยๆก็ถึงพิจิตรซักสิบโมง แวะเที่ยวตามทางต่อได้เลยค่ะ จุดหมายแรกของวันนี้เป็นตัวอำเภอตะพานหิน อำเภอใหญ่เก่าแก่ที่เคยมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่าง จำได้ว่าสมัยเรียนจะรู้จักตะพานหินมากกว่าตัวจังหวัดพิจิตรซะอีก

 

วัดเทวประสาท ตะพานหิน ที่มีพระพุทธเกตุมงคล หรือ หลวงพ่อโตตะพานหิน เป็นพระประธานองค์ใหญ่ที่เห็นเด่นเป็นสง่าจากในตัวเมืองเลยค่ะ

JIB_3363 JIB_1282 JIB_3261 JIB_3276JIB_1204 JIB_1150 JIB_1178

หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร เฉพาะองค์พระสูง 30 เมตร แท่นสูง 4 เมตร รวมความสูงทั้งสิ้น 34 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อปี พ.ศ. 2513 นับเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะสวยงามได้สัดส่วนและใหญ่ที่สุดของจังหวัดพิจิตร มุมที่สวยที่สุดน่าจะเป็นมุมแถวๆตลาดฝั่งตรงข้ามน่ะค่ะ

JIB_3330 JIB_1235 JIB_1255-copy

 

สถานีรถไฟตะพานหิน 

เป็นสถานีรถไฟระดับ 1 ตั้งอยู่ตำบลในเมือง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ระยะทางจากกรุงเทพถึงสถานีตะพานหินคือ 319 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เบอร์โทร. 0-5662-1055

บริเวณสถานีเป็นตึกเก่า แต่สะอาดอะอ้านและค่อนข้างเงียบ มีร้านค้าอยู่ฝั่งตรงข้ามทางรถไฟมากมาย ซึ่งเราสามารถเดินข้ามไปตลาดตะพานหินได้เลยค่ะ ใครๆหลายคนคงจะมีความทรงจำกับที่่นี่ทั้งคนที่ใช้รถไฟในการเดินทางขึ้นลงสายเหนือน่าจะพอคุ้นตานะคะ

DSC_6236 DSC_6231 DSC_6234
DSC_6197 DSC_6199 DSC_6202

 

DSC_6339

 

 

ย่านเก่าตลาดวังกรด 

ย่านเก่าตลาดวังกรด ตั้งอยู่ทางตะวัดออกริมแม่น้ำน่าน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนประกอบอาชีพค้าขายเป็นชุมทางการค้าทั้งทางน้ำและทางบก ชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงตามการเติบโตแขะขยายตัวของเศาษฐกิจโดยเฉพาะจากการสร้างทางรถไฟสายเหนือและสถานีวังกรด โดยที่ชุมชนตลาดบ้านวังกรดเป็นชุมชนแห่งเดียวของจังหวัดพิจิตรในขณะนี้ที่ยังคงลักษณะความเก่าแก่ทั้งทางด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เดินทางมาปักหลักตั้งแหล่งชุมชนค้าขายเมื่อสมัยหลายร้อยปีก่อน และมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพิจิตรและภาคเหนือมากๆ มาเรียไปเห็นด้วยตาแล้วอยากให้ตลาดฟื้นกลับมาคึกคักจริงๆ นี่ถ้าอยู่ใกล้กรุงเทพซักนิด รับรองว่าต้องคึกคักไม่แพ้สามชุก หรือตลาดร้อยปีเชียวค่ะ

JIB_0541 JIB_0542 JIB_0544 JIB_0537 JIB_0534

DSC_6589 DSC_6527JIB_9040 DSC_6598 DSC_6669

จริงๆแล้วทางรัฐได้พูดคุยร่วมกับราษฎรชุมชนตลาดบ้านวังกรดถึงแนวทางการพัฒนาให้ชุมชนตลาดบ้านวังกรด ให้ป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ โดยมีการจุดประกายความคิดในเรื่องของประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนตลาดวังกรดที่ได้ตั้งแหล่งชุมชนแหล่งนี้ขึ้นมาใกล้เคียงกับการตั้งเมืองพิจิตรเมื่อเกือบพันปีก่อน และเป็นแหล่งที่ชาวไทยเชื้อสายจีนได้อพยพมาปักหลักอาศัยทำการค้าขายเป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดพิจิตรและใกล้เคียงเมื่อในอดีต และมีศักยภาพที่สามารถจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ไม่ยาก

DSC_6669 DSC_6410 DSC_6461 DSC_6432 DSC_6454 DSC_6603 DSC_6624

 

บ้านเก่าวังกลม   บ้านเก่าแก่ของวังกรดที่เก็บข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณเอาไว้อย่างน่าดุชม เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์พิ้นบ้านขนาดย่อมๆ น่าสนใจมากเชียวค่ะ

 

การเดินทางมาย่านเก่าวังกรด

ทางรถไฟ มีบริการรถไฟสายเหนือ ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงทุกวัน ขบวนที่จอดสถานีวังกรดวันล่ะ 4 เที่ยว โทร 1690  www.railway.co.th

ทางรถยนต์

จากพิจิตร ใช้เส้นทางหมายเลข 115 จนข้ามสะพานแม่น้ำน่าน แยกเข้าทางซ้ายมือตามป้ายสถานรถไฟวังกรด เลี้ยวขวาที่ใต้สะพานตามเส้นทางขนานทางรถไฟ เลี้ยวเซ้ายเข้าถนนเทศบาล ขับตามเส้นทางตรงเข้าสู่ตลาดวังกรด

รถตู้ประจำทาง

ออกจากอนุสาวรีย์ชัย ถึงตลาดวังกรดทุกวัน วันล่ะ 9 เที่ยว เริ่มตั้งแต่ 0700-1900 สอบถามโทร 081-5580366  และ 081-3096253

 

ศาลเจ้าพ่อวังกลม ริมแม่น้ำน่านที่ย่านชุมชนเก่าวังกรด ที่เป็นที่ศรัทธาและเป็นศูนย์รวมใจของชาววังกรดจนมีงานแสดงงิ้วที่เป็นงานใหญ่ของที่นั่น ซึ่งเป็นงานที่จัดกันทุกปีในช่วงเดือนพย.

 

วัดท่าฬ่อ 

ตั้งอยู่ที่บ้านท่าฬ่อ  หมู่ที่ 2 ตำบลท่าฬ่อ  อำเภอเมืองพิจิตร  บริเวณวัดมีพระอุโบสถไม่ปรากฎว่าสร้างเมื่อใด  ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดพุทธประวัติพระเจ้าสิบชาติและประดิษฐานพระพุทธเก่าแก่ปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพานโดยสัญนิฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งนามว่า  “หลวงพ่อหิน” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารกลางวัด

JIB_2639 JIB_2636 JIB_2628 JIB_2615 JIB_2611 JIB_2604 JIB_2574 JIB_2554 JIB_2544 JIB_2521 JIB_2540-copy

ด้านหลังวัดเป็นชุมชนตลาดเก่าที่เป็นตลาดเหนือและตลาดใต้ ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องแถวไม้แบบโบราณก็ยังคงดำเนินชีวิตอยู่กันอย่างสงบสุขเหมือนในอดีต แต่ปัจจุบันการค้าขายในตลาดเงียบเหงามาก วันที่ไปเห็นร้านรวงบ้่านเรือนปิดเป็นส่วนมาก อาจจะเป็นวันธรรมดา ตลาดเงียบมากๆค่ะ เห็นแต่คนแก่ออกมานั่งหน้าบ้าน มองไปทางไหนเห็นแ่ต่คุณตาคุณยายนั่งหน้าร้านขายของหรือในบ้าน มองดูแล้วเศร้าเหมือนกัน แต่เชื่อว่าเมื่อวันเทศกาลหรือมีงานบุญ งานบวช งานต่างๆลูกหลานชาวท่าฬ่อน่าจะกลับบ้านมาร่วมงานและทำให้ตลาดกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งโดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ที่คงจะกลับมามีชีวิตชีวามีความสุขกระชุ่มกระชวยขึ้นแน่นอนค่ะ


JIB_2743 JIB_2721 JIB_2693 JIB_2684 JIB_2696 JIB_2708 JIB_2711 JIB_2733

ศาลเจ้าแม่ทับทิม 

ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) เป็นองค์ประธาน ด้านขวาเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากง และปุ้นเถ่าม่า ตามประวัติและหลักฐานที่ปรากฏอยู่พบว่าองค์เจ้าแม่ทับทิม และองค์เจ้าพ่อกวนอู ได้อัญเชิญมาจากเกาะไหหลำ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในราวปี พ.ศ. 2410 ในสมัยนั้นเจ้าของอู่ต่อเรือซึ่งตั้งถิ่นฐานทำการค้าที่หมู่บ้านท่าฬ่อเป็น ผู้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาจากประเทศจีน ได้บริจาคซุงไม้สัก จำนวน 2 แพ เพื่อปลูกสร้างศาลขนาดใหญ่ถวายแด่องค์เจ้าแม่ทับทิมและเจ้าพ่อกวนอู ให้เป็นที่สักการะบูชาของชาวบ้าน และผู้เลื่อมใสศรัทธาทั้งใกล้และไกล ยิ่งกว่านั้นศาลเจ้าแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ สอนหนังสือไทย และหนังสือจีน ให้แก่บุตรหลานในหมู่บ้านอีกด้วย นับตั้งแต่นั้นมาความเจริญทางด้านการค้าและการเติบโตของครอบครัวในหมู่บ้าน ก็มีมากขึ้นตามลำดับ หลักฐานตามประวัติ และถาวรวัตถุอันล้ำค่าของศาลเจ้าแห่งนี้คือ เกี้ยวสำหรับประทับขององค์เจ้าแม่ ที่ได้นำมาจากประเทศจีน เป็นเรือนไม้แกร่งแกะสลักทั้งหลังด้วยลายดอกไม้ และสัตว์ต่าง ๆ ตามแบบฉบับศิลปะของจีน วัตถุกายสิทธิ์ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำเซียนทั้งแปด (โป๊ยป้อ) จำนวน 2 ชุด (16 อัน) นับเป็นวัตถุล้ำค่าซึ่งทำมาเฉพาะจากนครกวางเจาในสมัยนั้น

JIB_2487 JIB_2505 JIB_2465 JIB_2419 JIB_2415 JIB_2409

ความศักดิ์สิทธิ์ และอภินิหารของเจ้าพ่อ เจ้าแม่ แห่งศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ เป็นที่เลื่องลือกันมาตั้งแต่สมัยเริ่มแรกแล้ว ศิษยานุศิษย์ทั้งใกล้และไกลต่างก็ได้รับความสุขความเจริญ ปราศจากอันตรายอย่างทั่วถึงกันตราบเท่าทุกวันนี้

 

เก็บตกเมืองพิจิตร

มีเพื่อนสนิทเป็นคนที่นั่นเลยได้แวะที่โน้นที่นี่หลายแห่ง รวมทั้งวัดอื่นๆด้วย เช่นวัดใหม่คำวันหรือวันหัวดง เพราะอยู่ใกล้ละแวกบ้าน

วัดเขารูปช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลดงป่าคำ ตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตรจากต้วเมือง มีเจดีย์แบบลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง สามารถเดินขึ้นทางบันไดนาคที่มีความสูง 136 ชั้น

DSC_3621

พระพุทธรูปประทับนั่งปางเลไลย์

สร้างพศ.2506 เป็นปางที่พระพุทธเจ้าทรงเบื่อหน่ายพระสาวกที่ขัดแย้งกันรุนแรง พระองค์จึงเสด็จไปประทับใต้ร่มไม้สาระในป่ารักขิตวันโดยลำพัง มีช้างและลิงมาอยู่ถวายเป็นอุปัฏฐากเพื่ออุปถัมภ์หาน้ำและอาหารถวาย พร้อมช่วยปัดกวาดดูแลระวังภัยบริเวณที่ประทับ


DSC_3502 DSC_7989 DSC_8122 DSC_3579 DSC_3572 DSC_3557pichit

วัดเขารูปช้างแต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นจังหวัดพิจิตรในมุมสูงโดยรอบได้ โดยทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งและมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนั้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่าอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ ภายในมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสำริดและที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วง

วัดเขารูปช้างสร้างอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แต่ก็สูงเพียงพอให้เห็นวิวของจังหวัดพิจิตรโดยรอบในมุมกว้าง และโชคดีที่ตอนไปเป็นช่วงหน้าฝน มองไปทางไหนก็จะเห็นทุ่งนาเขียวสดชื่น ยิ่งได้ท้องฟ้าและเมฆสวยๆ ยิ่งขับให้พิจิตรในมุมนี้สวยงามน่าอยู่ชะมัด

งานเพ็ญเดือน 3 ที่วัดเขารูปช้างจัดได้ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ

JIB_8149 JIB_9641 JIB_9683 JIB_9642

JIB_8178JIB_0287 JIB_0187 JIB_0178

 

 

วัดใหม่คำวัน วัดใหญ่อีกวัดใกล้ๆวันหัวดงกับวัดเขารูปช้าง

ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๕ หมู่ที่ ๕ บ้านดงป่าคำใต้ ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิ่จิตร วัดใหม่คำวันสร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๐ โดยมี ขุนคำวันได้นำชาวบ้านจัดสร้างและประชาชนนิยมเรียก “วัดดงป่าคำใต้” มีวิหารทอง วิหารแก้ว และตอนนี้กำลังจัดสร้างรูปหล่อหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพิจิตรอีกด้วยค่ะ

 

วัดบางคลาน

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านเก่า สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจของวัดนี้คือ พิพิธภัณฑ์นครไชยบวร เป็นพิพิธภัณฑ์รูปมณฑป 2 ชั้น ชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของ หลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศรู้จักและเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่งที่เคยจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ ชั้นล่าง เป็นพิพิธภัณฑ์นครไชรบวร เป็นที่แสดงโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ทางวัดได้สะสมไว้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุที่มีผู้นำมาถวาย เช่น พระพุทธรูป พระพิมพ์ เครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ เปิดให้ประชาชนนมัสการระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5666 9030-1

JIB_0956 JIB_0942-copy JIB_0897 JIB_0883 JIB_0869 JIB_0866 JIB_0859-copy JIB_0848

วัดโพธิ์ประทับช้าง 

เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2242-2244 ในสมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี(ขุนหลวงสรศักดิ์หรือพระพุทธเจ้าเสือ)พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ณ สถานที่ประสูติของพระองค์

JIB_8927

JIB_9060

วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า หน้าวัดมีต้นตะเคียนซึ่งกล่าวกันว่ามีอายุราว 260 ปี วัดโดยรอบได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือ 7 คนโอบ ภายในวัดมีพระวิหารสูงใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นศิลปะแบบอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 นอกจากนี้ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึก ข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้างอีกด้วย โบสถ์เป็ศิลปะแบบอยุธยา ภายในประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อยิ้ม” เนื่องจากพระพักตร์ของท่านดูยิ้มแย้มเป็นที่อิ่มเอมใจแก่ผู้ที่มาสักการะ

DSC_3051 DSC_3018


JIB_8949 JIB_8945 JIB_8991-copy

การเดินทาง วัดนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 27 กิโลเมตร ไปตามถนนสายพิจิตร – วังจิก(ทางหลวงหมายเลข1068) ประมาณ กม.ที่ 12-13 เลี้ยวแยกซ้ายไปทางอำเภอโพธิ์ประทับช้าง (ทางหลวงหมายเลข 1300) ก่อนถึงตัวอำเภอจะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร ถึงวัดโพธิ์ประทับช้าง

วัดท่าหลวง พระอารามหลวง

เป็นวัดสำคัญของจังหวัดพิจิตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ถนนบุษบา ใกล้ศาลากลางจังหวัดเก่า  วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2388 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร

DSC_3311

JIB_5780 JIB_5870

ปีก่อนได้ไปวัดท่าหลวงตอนที่เค้าจัดงานไหลเรือไฟด้วยน่ะ ….​ ใช่แล้ว ฟังมิผิด พิจิตรมีงานไหลเรือไฟน่ะจ๊ะ

JIB_5887 JIB_5894 JIB_5899 JIB_5911 JIB_6016 JIB_5995 JIB_6026

 

องค์หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปมีพระพุทธลักษณะที่งดงาม และทรงพุทธานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ วัดท่าหลวง(พระอารามหลวง) นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามทรงรูปศิลป์แล้ว พระพุทธลักษณะองค์หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนรุ่นแรกหล่อด้วยโลหะสำริด ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร สังฆาฎิสั้นเหนือพระอุระ ขนาดหน้าตักกว้าง ๒ ศอก ๑ คืบ ๖ นิ้ว สูง ๓ ศอก ๓ นิ้ว ที่ที่ประทับนั่งนบฐานที่มีรูปบัวคว่ำบัวหงายรอบรับ สร้างในระหว่างปีพุทธศักราช ๑๖๖๐ ถึง ๑๘๘๐ สร้างมาแล้วประมาณ ๘๘๒ ปีวัดเขารูปช้าง  ตั้งอยู่ที่ตำบลดงป่าคำ ตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตรจากต้วเมือง มีเจดีย์แบบลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง สามารถเดินขึ้นทางบันไดนาคที่มีความสูง 136 ชั้น วัดเขารูปช้างแต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นจังหวัดพิจิตรในมุมสูงโดยรอบได้

 

อุทยานเมืองเก่า ศาลหลักเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ประมาณปี พ.ศ. 1601 ภายในบริเวณกำแพงเมืองมีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษ มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ ประกอบไปด้วย กำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ

JIB_2044 JIB_2048 JIB_1985c JIB_1957 JIB_1924 JIB_1902 JIB_1874 JIB_1871 JIB_1867 DSC_3203 JIB_1853 DSC_3142 JIB_1852-2

บึงสีไฟ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ เดิมมีเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ ปัจจุบันเหลือประมาณ 5,000 ไร่ บึงสีไฟเป็นส่วนหนึงของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นสวนสมเด็จฯแห่งแรกของประเทศไทย สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2526 โดยจังหวัดพิจิตรร่วมกับกรมการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาศ พระชนมายุครบ 80 พรรษา วนสมเด็จพระศรีนครินทร์ มีเนื้อที่ 170 ไร่ โดยเป็นพื้นดิน 120 ไร่ และพื้นน้ำ 50 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนริมบึงสีไฟที่มีสะพานทอดลงน้ำลงสู่ศาลาใหญ่ สวนบริเวณริมบึงได้จัดตกแต่งให้เป็นสวนที่มีทั้งไม้ใหญ่และสวนไม้ดอกไม้ประดับ มีเวทีเนินดินสำหรับใช้จัดรายการบันเทิง ต่าง ๆ

 

JIB_1605 JIB_1572

DSC_7920 JIB_1558 JIB_1571 JIB_1557 JIB_1526

DSC_7105 JIB_1433

JIB_9100 JIB_9116 JIB_9133

DSC_7931 DSC_7864
DSC_7858

แวะชุมชนไทยพวนที่บ้านป่าแดง ใจอยากได้ผ้าทอพื้นเมืองมาฝากแม่ซักผืนแต่โชคไม่ดีไม่ได้เสียเงินเพราะร้านค้าขายผ้าทอ OTOP ของตำบลปิดเลยพลาดโอกาสอุดหนุนสินค้าชาวบ้านเลย

ไทยพวน

เป็นเผาชนเชื้อชาติมองโกลอยด์ มีผิวเหลืองอยู่ในเผาไทยเช่นเดียวกับไทยกลาง ไทยหยวน หรือไทยโยนก ฯลฯ บรรพบุรุษเดิมตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองพวน แขวงเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ซึ่งได้อพยพเข้ามาพึ่งบรมโพธิสมภารของพระเจ้าแผ่นดินไทยโดยกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆทั้งสิ้น 37 จังหวัด

DSC_3752

DSC_3748

DSC_3751 DSC_3758

ชาวบ้านป่าแดง ต.หนองพยอม อ.ตะพานหิน เดิมเป็นชาวบ้านหมี่ จ.ลพบุรี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทอผ้า เอกลักษณ์ของไทยพวนบ้านป่าแดงคือการพูดภาษาไทยพวน การถือปฏิบัติในประเพณีกำฟ้าซึ่งจัดงานประมาณเดือนกุมภาพันธ์ทุกปีและผ้าทอมัดหมี่ ซึ่งจัดเป็นศิลปะพื้นบ้านที่งดงามยิ่ง

นอกจากผ้าทอซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านแล้ว ชาวบ้านป่าแดงยังมีเอกลักษณ์อื่นๆเช่นการใช้ภาษาไทยพวนในชีวิตประจำวัน การจัดประเพณีบุญข้าวจี่แห่บ้องไฟบุญกำฟ้า แห่นางแมว สารทพวน บุญข้าวห่อ บุญพระเวส พิธีเลี้ยงนา ทำขวัญแม่โพสพ การเล่นผีนางกวัก นางดัง นางสาก (อยากเห็นมากอ่ะ)

 

บ้านพักโฮจิมินห์ 


JIB_9758
JIB_9751 JIB_9756 JIB_9743 JIB_9750 JIB_9744

จากครั้งแรกที่ไปพิจิตรเมื่อสามสี่ปีก่อน มาถึงวันนี้ได้มีโอกาสไปเยือนเมืองเล็กๆที่ไม่ใช่เมืองผ่านเมืองนี้มาเกือบสิบครั้ง และถ้ามีโอกาสก็จะกลับไปเยี่ยมเมืองเล็กๆที่สงบเงียบน่าอยู่เมืองนี้อีกแน่นอนค่ะ ไปเที่ยวสบายๆไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยน่าสนใจให้ได้ไปสัมผัสมากมาย ค่าครองชีพถูก ผู้คนก็เป็นมิตรน่ารัก  ทริปนี้ประทับใจกับหลายที่หลายสิ่ง แต่ส่วนตัวประทับใจที่ได้ไปเก็บภาพบึงสีไฟยามเย็น ย่านชุมชนเก่าตลาดวังกรดมากๆตามประสาคนที่ชอบเดินเล่นชมตลาดเก่า คราวนี้ไปเดินเล่นวันธรรมดาแบบเงียบเหงาไปหน่อย ทั้งๆที่ตัวตลาดมีความน่าสนใจและมีความพร้อมที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ไม่อยาก ทั้งชาวบ้านที่ยังคงวิถีชีวิตเดิมๆ อาคารบ้านเรือนเก่าที่ยังสวยงามสมบูรณ์อยู่มาก การเดินทางที่สะดวกที่สามารถมาได้ทั้งทางรถยนต์ รถไฟและทางเรือ

รวมทั้งตลาดเหนือ ตลาดใต้ที่ท่าฬ่อ ที่มีบรรยากาศหลังวัดสวย และอยู่ริมน้ำ บรรยากาศชิลล์มาก แต่มองไปทางไหนก็เห็นคุณตาคุณยายแก่ๆอยู่กันแบบเงียบเหงา การค้าขายเงียกกริบ ก็ขอเอาใจช่วยให้ตลาดวังกรดและท่าฬ่อกลับมามีชีวิตและรุ่งเรืองเหมือนครั้งอดีตอีกครั้ง

 

 

 

Facebook Comments

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec