21
Jan-2019

มัตสึดะ Matsuda 

เมืองเล็กๆในจังหวัดคานากาว่า (Kanagawa) ภูมิภาคคันโต (Kanto)

เมืองที่เราไม่เคยได้ยินชื่อหรือเห็นภาพจากสื่อใดๆมาก่อน ตอนที่มีเพื่อนชวนมาเที่ยวที่นี่ก็ตอบรับทันทีแบบไม่ลังเล เพราะเราไปเที่ยวญี่ปุ่นมาก็หลายครั้ง เห็นเมืองใหญ่เมืองรองมาค่อนข้างหลายเมืองและไปทุกฤดูมาแล้ว ก็ตั้งใจว่าถ้าได้มีโอกาสมาเห็นเมืองเล็กแบบอันซีนในญี่ปุ่นบ้างก็คงจะดี ซึ่งมัตสึดะมันดีต่อใจจริงๆ 
เพราะการเดินทางไม่จำเป็นต้องพาเราไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่อลังการ หรือมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานเสมอไป แค่มันได้พาเราไปห็นความสดใหม่ และได้มีโอกาสสัมผัสความเป็นท้องถิ่นแท้ๆของที่นั่นๆ ได้กินอยู่กับชาวบ้าน ได้เห็นวิถีชีวิตเค้าแบบเดิมๆที่ยังไม่ได้ผ่านการปรุงแต่ง ได้พบเพื่อนใหม่ ยิ่งดีถ้าสถานที่นั้นมีความสวยงามแอบซ่อนอยู่ ….​ ความรื่นรมย์ของการเดินทางมันอยู่ตรงนี้ ++

เมืองมัตสึดะ อยู่ตรงไหนกัน?  ภาพใหญ่ให้มองเห็นกันง่ายๆ ตามรูปเลย 5555 (ง่ายสุดแระ)

ถ้าจะให้ตีเส้นทำรูทท่องเที่ยว เราสามารถเที่ยวเชื่อมเป็นสามเหลี่ยมระหว่างคาวากุชิโกะ ฮาโกเน่ และมัตสึดะ ได้น่ะ

ส่วนการเดินทาง เอาให้ง่ายที่สุด แน่นอนว่าเริ่มจากโตเกียว ซึ่งเราสามารถเลือกมาลงรถไฟที่สถานี  Shin-Matsuda หรือ Matsuda ก็ได้ตามสะดวก (นั่งชินคันเซ็นมาลงสถานี (Odawara) แล้วต่อ Odakyu เพื่อมาลงที่ Shin-Matsuda จะสะดวกกว่า) สองสถานีนี้อยู่ใกล้กันแค่ประมาณ 100 เมตร เดินถึงกันชิลๆ



ทริปนี้เป็นทริปที่พิเศษและแปลกกว่าทุกทริป คือเรามาเที่ยวที่เมืองนี้ตามคำชวนของเพื่อนของเพื่อนอีกที เพื่อให้เรามาเห็นเมืองเล็กๆของเค้าบ้างไรบ้าง ซึ่งเพื่อนชาวญี่ปุ่นของเพื่อนเราคือ ซิมเปซัง และ ซาโน่ซัง และพี่คนไทยอีกคน ซึ่งพี่คนนี้เป็นเพื่อนของเพื่อนเรานั่นเอง (คือชวนกันหลายต่อมาก ยากพอๆกับที่หาเวลามาเที่ยวเมืองนี้กันเลยทีเดียว 555)​

เพราะฉะนั้นการมาเที่ยวครั้งนี้เลยเจาะลึกมากว่าที่เคย คือเราได้มีโอกาสมาพบและสัมผัสกับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ได้เรียนรู้ ทำความรู้จักและผูกมิตร จนทำให้เรารู้สึกประทับใจ มากกว่าวิวธรรมชาติที่เราได้พบเจอด้วยซ้ำ แต่ไหนๆก็มาถึงมัตสึดะกันแล้ว มาดูดีกว่าว่าเราได้ไปเห็นอะไรมาบ้างในเวลาสั้นๆ สองวันพอดิบพอดี และรีวิวนี้อาจจะไม่ใช่รีวิวการเดินทางเหมือนทุกครั้ง แต่เราถือว่าเป็นรีวิวแบ่งปันประสบการณ์ในมุมใหม่ๆสำหรับญี่ปุ่นล่ะกันเนอะ ^^

Camping ริมลำธาร กลางป่า

ครั้งแรกของญี่ปุ่นเลยน่ะ ที่ได้มานอนพักในสถานที่แบบนี้

บ้านพักหลังใหญ่ นอนได้หลายคน เรานอนชั้นลอยสบายที่สุดเพราะมีฮีตเตอร์ หลับปุ๋ยเลย เพราะตอนที่ไปอากาศหนาวมาก เลขตัวเดียวไม่กี่องศา นอนแบบไม่มีฮีตเตอร์คงไม่รอดแน่นอน

ภายในบ้านก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร คือมีครัวพร้อมเครื่องใช้ ยกเว้นจานชาม ห้องน้ำ มีเตา BBQ ให้ปิ้งย่างกันหน้าบ้าน สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา ก็ไม่สะดวกนักเพราะเราไม่สามารถที่จะขนอุปกรณ์เครื่องใช้มาครบได้ แต่เหมาะกับคนในพื้นที่มากๆ เห็นบ้านข้างๆเราปิ้งย่างดื่มกันสนุกสนานทีเดียว

เค้ามีส่วนที่เป็นแคมป์ปิ้งกราวน์ สำหรับตกปลา ทำครัว ส่วนกลางอีกด้วยน่ะ และแม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมครบวงวรแต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์แคมป์ปิ้งนอนถุงนอนในญี่ปุ่นที่ประทับใจเลยล่ะ

ภาพภายในเคบินบ้านพักของเรา


ครั้งแรกในทำผ้ามัดย้อมคราม (Indigo) แบบญี่ปุ่นแท้ๆ

คุณซิมเปซัง กับพี่คนไทย พาเราไปลองหัดทำผ้ามัดย้อมครามแบบญี่ปุ่นแท้ๆกันเลย คือมานั่งทำกันที่ลานบ้านของคุณแม่บ้านในหมู่บ้านนี้กันเลย ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสหัดทำผ้ามัดย้อม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เรียนรู้วิธีทำ indigo แบบญี่ปุ่น กับชาวญี่ปุ่นจริงๆ

อ้อ ทริปนี้นอกจากเราแล้ว ก็มีเพื่อนบล็อคเกอร์อีกคนคือ นุ๊ก แอดมินจากเพจ one22 Family ที่รู้จักกันมาหลายปีมาเที่ยวด้วยกัน เราก็เรียนรู้การทำมัดย้อมครามแบบญี่ปุ่นไปพร้อมๆกันเลยล่ะกัน และได้ข่าวว่าลืมวิธีทำกันไปพร้อมๆแล้วเช่นกัน 5555

บ้านคุณแม่บ้านที่สอนทำ เล็กๆแต่น่าอยู่มาก อยู่บนเนินเขา มองลงไปในหุบเขาสุดลูกหูลูกตา สวยงามมาก

วิวหน้าบ้านจ้าาาา เริ่ดม่ะ นี่ถ้าเป็นเมืองไทย ป่านนี้เปิดร้านกาแฟ หรือทำเป็นที่พักไปนานแล้ว

อากาศเย็น นั่งเรียนกันกลางแดดกันเลย

ย้อมคราม คือการย้อมเย็น มัดๆทำลาย จุ่มๆ แช่ๆ ขยำๆ บีบน้ำ ตากแห้ง  พูดง่ายดี แต่ทำไม่ง่ายเลยจ้าา

ผลงานของเรา 3 คน (เรา นุ๊กและพี่คนไทย)  แน่นอนว่าของเราเยินสุด 5555 เพราะอีก 2 คนนั้น เป็นเด็กศิลป์ วังท่าพระกันเลยจ้าา อิอิ

ใช้เวลาในการทำประมาณ 2 ชั่วโมง สนุกสนานกันมากมาย ทำเสร็จก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและนั่งทานขนม ผลไม้กัน อบอุ่นมากกกๆ

จิบชา ทานลูกผลับสด ฟินแท้

คุณป้าๆแม่บ้านเอาช็อคโกแล๊ตมาให้ทาน อีกต่างหาก น่ารักมากๆ

 


คาเฟ่น่านั่งริมทางของซิมเปซัง

เราได้แวะบ้านของซิปเปซัง ที่อยู่ระหว่างทางไปแค๊มป์ที่พักและที่เรียนทำย้อมครามนั่นล่ะ จริงๆไม่ไกลกันเลย อากาศดีๆเดินเล่นชิลๆเพลินมาก ซึ่งบ้านหลังนี้ส่วนนึงเปิดเป็นคาเฟ่ ที่ซิมเปซังเปิดเฉพาะวันหยุดเท่านั้น (อ๋อๆๆ งานอดิเรกของศิลปินนี่เอง) นอกจากร้านจะอบอุ่นน่านั่งแล้ว ทำเลยังดีมาก เพราะอยู่ติดถนน อีกฝั่งเป็นลำธารน้ำไหล และหุบเขา สวยงามเชียวล่ะ (เหมือนเคย สภาพแวดล้อมที่แบบนี้ ถ้าเป็นเมืองไทยรับรองได้ว่าที่พัก ร้านกาแฟขึ้นพรึ่บแน่นอน)


ถนนหน้าบ้านซิมเปซังจ้าาาาา  บอกแล้วว่าเด็ด !!  ยิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสียิ่งสวยงามเงียบสงบมาก


เรียวกังแห่งเดียวของเมือง

ใช่แล้ว ฟังไม่ผิดจ้าา ที่นี่คือเรียวกังแห่งเดียวของเมือง แปลอีกที ที่นี่คือโรงแรมเดียวของเมืองจ้าา อิอิ  จำชื่อไม่ได้ เดี๋ยวถามมาให้น่ะ ^^

เป็นเรียวกังเก่าแก่และมีชื่อเสียงของเค้าเลยล่ะ

เรานอนกัน 3 คน ปูฟูกนอนเรียงเป็นตับนี่ล่ะ สนุก อิอิ

ก่อนจบวัน แน่นอนว่าต้องมีดื่มและโม้กันก่อนเป็นธรรมเรียม ซาโน่ซังและซิมเปซัง แวะมาดื่มกับเราด้วย และกว่าจะเม้าท์กันเสร็จก็ดึกโข ซิมเปซังแกเดินกลับบ้าน (ด้านบน) ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บเลขตัวเดียวน้อยๆจ้าาาา เห็นว่าเดิน 20 นาทีน่ะเนี่ย

มารู้ตอนเม้าท์กันตอนกลางคืนว่าหน้าเรียวกังที่เราพัก มีความพิเศษอยู่ด้วย คือ เจ้าวงกลมาสีเหลือง ที่เราเห็น มันคือจุดที่องค์การนาซ่าเค้ามาวัดระยะทางจากโลกเรา กับ ชั้นบรรยากาศนอกสุดน่ะ

และทั้งโลกใบนี้ นาซ่าเค้าตั้งพิกัดวัดอยู่ไม่กี่จุด และแน่นอนว่าที่นี่ก็เป็นที่หนึ่งในไม่กี่ที่นั่นล่ะ เป็นไง เก๋มั้ยล่ะ !!

แต่ถ้าไม่มีใครบอก เราจะรู้กันมั้ยเนี่ยยย 5555



เยี่ยมบ้านศิลปิน วิวฟูจิที่สวยงาม

ซิมเปซัง พาเราไปแวะเที่ยวชมบ้านของศิลปินนักปั้นที่มีชื่อเสียงของเมือง ที่นี่นอกจากจะเป็นที่เก็บสะสมผลงานต่างๆแล้ว วิวที่นี่คือเทพมาก เพราะมันมีวิวฟูจิอยู่ที่หน้าบ้านเลยจ้า


นี่ไง วิวฟูจิกับสวนส้ม (ถ้าจำไม่ผิด สวนส้มนี่ของซาโน่ซังนี่ล่ะ)​แล้วกิ่งไม้ที่เราเห็นในภาพ ก็คือกิ่งซากุระจ้าา ลองนึกภาพช่วงซากุระบาน ที่นี่ก็คงจะสวยงามหยดย้อยไม่เบา นี่จะมีใครมาสร้างที่พัก หรือเกสท์เฮ้าส์เล็กๆเนอะ

ของที่ระลึกที่เราพกกลับเมืองไทย ^^



เก็บส้มจากไร่ส้มของชาวสวนแท้ๆ

สวนส้มของซาโน่ซัง ชาวสวนแท้ๆของเมืองมัตสึดะ

เอาจริงๆเป็นสวนส้มเล็กๆไม่ใหญ่โตนัก ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ซาโน่ซังก็มีไอเดียที่จะพัฒนาสวนแห่งนี้ให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้มากขึ้น และจะบอกว่าส้มที่เห็นบนต้นพวกนี้ เค้าทิ้งทั้งหมดน๊า เพราะปีนี้อากาศแปรปรวนทำให้รสชาติของส้มไม่ได้มาตรฐาน ไม่เอาไปวางขายตามข้างทางด้วย เราเห็นแล้วเสียดายชะมัดทำได้แค่เดินเก็บส้มทานเล่นไปนิดหน่อยเอง

เก็บเองทานเอง เสียดายที่เค้าทิ้งส้มพวกนี้หมด อยากจะขนกลับเมืองไทยจริงๆ

หน้าบานเท่าส้มโอเลยเรา 5555



ชิมราเมงเกี๊ยว ชามใหญ่อลังการที่สุด

ไม่เคยทานราเมงใส่เกี๊ยวที่ญี่ปุ่นมาก่อน มาชิมครั้งแรกก็ที่นี่ล่ะ

ร้านโอนิชิ (Onishi) ร้านนี้ถือเป็นร้านในตำนานของเมืองเปิดมา 20 ปี ความพิเศษ แน่นอนว่าเป็นเส้นหมีล้นชาม และเกี๊ยวตัวใหญ่รสเด็ดมากๆๆ ใส่พริกตำน้ำส้มไปหน่อยบอกเลยว่าฟิน !! แถมชามใหญ่โตมโหฬาร ทานกัน 3 คนจะหมดมั้ย ยังสงสัย 555 แต่ไม่ใช่ที่นี่จะขายแต่ปริมาณน่ะ เพราะรสชาติน้ำซุป หมูชาชู และเกี๊ยวนี่ต้องบอกว่าเป็นร้านราเมงที่เราถูกปากและประทับใจมากแห่งหนึ่งเลย




เมืองนี้มีจุดที่เล่นแฮงค์ไกลเดอร์เพื่อดูฟูจิจากมุมสูงที่สุด


Supermarket ซูชิถูกเว่อร์ ++

สำหรับคนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นแล้วนั้นไม่มีอะไรจะฟินไปกว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วได้ทานอาหารโปรดในราคาที่ถูกกว่าเมืองไทยล่ะน่ะ !!

ทุกคนจะรู้ดีว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตของญี่ปุ่น เค้ามีขายอาหารแพ็คต่างๆมากมาย รวมทั้งปลาดิบ ซูชิต่างๆ สำหรับเราที่โปรดปรานทานสิ่งเหล่านี้มาก มีหรือจะพลาดเข้าไปเดินดู (เช็คราคา 555) ราคาโดยทั่วไปก็ถือว่าไม่แพง และยิ่งถูกไปอี๊กหลังสองทุ่ม นักท่องเที่ยวรวมทั้งคนญี่ปุ่นเองเลยมักจะมาหาซื้อกันตอนที่เค้าลดราคาประจำวันกัน ซึ่งที่อื่นก็ว่าไม่แพงแล้ว ที่มัตสึดะคือถูกมากกก !!!!!!

ราคาปลาดิบก่อนลดราคาคือร้อยกว่าบาท สองร้อยจ้าา คือต้องชื้อใช่มั้ย ราคานี้ ??

แน่นอนว่า ซื้อจ๊ะ รูปขวาล่างจ๊ะ อิอิ


เก็บสตรอเบอรี่จากสวน



ชม light  Illumination บนเขาแห่งเดียวของญี่ปุ่น Matsuda Kirakira Festa



มื้อค่ำสุดแสนประทับใจกับชาวบ้านที่แท้ทรู


คาเฟ่คนรักหมา



ชมวิวฟูจิซังอันซีน






ตลาดนัดประจำปีของเมือง !!! 


 

ไปเที่ยวแท้ๆ กลับได้สมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น

แค่ช่วงเวลาสั้นๆที่มัตสึดะ แต่กลับรู้สึกถูกชะตาและผูกพันกับโยชิดะซังและลูกสาวมาก มันไม่ใช่แค่โชะตานำพาให้เราได้มาเที่ยวเมืองเล็กๆที่เราไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้เท่านั้น แต่เป็นโชคชะตาที่นำพาให้เราได้มารู้จักและสัมผัสความอบอุ่นของคนแปลกหน้าชาวญี่ปุ่นแบบคาดไม่ถึง

สำหรับเรา มัตสึดะ ไม่ใช่เมืองแปลกหน้าอีกต่อไป หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่

じゃ、またね , ja, matane , บาย แล้วเจอกันอีกนะ


Surprise !!!  กับ Matsuda Sakura Festival

เมืองนี้มีดีกว่าที่คิดมาก ก็บอกแล้วว่าจิ๋วแต่แจ๋ว นอกจากจะได้เห็นฟูจิในมุมใหม่ๆแล้ว ยังเป็นจุดชมซากุระบานที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งด้วยน่ะ เพราะที่เมืองมัตสึดะเค้ามีงานชมซากุระทุกปีที่ ซึ่งไม่ใช่งานเล่นๆน่ะเพราะมันเป็นเทศกาลชมซากุระที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเชียวล่ะ อยากเห็นซากุระบานสะพรี่งเป็นเนินเขาอย่างสวยงามต้องห้ามพลาด งานจัดที่สวนสาธารณะ Nishihirahata, Matsudayama Herb Garden ซึ่งปีนี้ งานจะจัดระหว่างวันที่  9 กุมภาพันธ์  ถึง วันที่ 10 มีนาคม 2019  เวลา 9:00 a.m. – 5:00 p.m.

 

ที่อยู่ : Mazdayama Herb Garden

2951, Matsudasoryo, Matsuda-machi Ashigarakami-gun, Kanagawa 258-0003

https://nisihira-park.org/herb/

การเดินทาง นั่งรถไฟสายOdakyu มาลงที่สถานีShin-matsuda จากนั้นเดินประมาณ 25 นาที หรือนั่งรถไฟJR สายGotemba ลงที่สถานีMatsuda แล้วเดินอีกประมาณ 20 นาที

(ขอบคุณที่มา : https://www.jnto.or.th)

 

ที่มา :  https://town.matsuda.kanagawa.jp/site/matsudasakura21/

Facebook Comments

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec