22
Jan-2016

Maria in Japan เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองไม่ยากเลย ตอน ไฮไลท์แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวญี่ปุ่น 11 เมือง 15 วัน 3 ภูมิภาค

Asia, Home, Japan, ผจญภัยต่างแดน   /   Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ทริปสานฝันใบไม้เปลี่ยนสีตอนที่ 2

ขอตัดฉับมาตอนที่มาถึงญี่ปุ่นเลยล่ะกัน

ดูปฐมบท – การเดินทาง และรีวิวที่พักได้ที่นี่จ้า

http://www.mariajourneys.com/maria-diary-hotels-in-kyushu-kansai/

ทริปนี้มีรายละเอียดมากมายและยาวเหยียด เป็นทริปที่เป็น “ครั้งแรก” หลายอย่าง แต่ครั้งแรกที่น่าจดจำที่สุดคือ เป็นทริปใบไม้แดงครั้งแรกในชีวิตกันเลย แม้สภาพอากาศจะไม่เป็นใจแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความประทับใจและความน่าจดจำกับการเดินทางครั้งนี้ลดน้อยลงเลย ตรงกันข้าม มันเป็นการเดินทางแบกเป้เที่ยวคนเดียวที่สนุกและมีความทรงจำดีๆให้เก็บเกี่ยวได้ทุกวัน

แต่รีวิวนี้จะขอเน้นไฮไลท์ของเมืองที่ได้ไปมานะคะ เอาพอเป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้าล่ะกันเพราะถ้าอัดทุกอย่างลงไปในรีวิวเดียวคงจะไม่จบแน่ๆ ส่วนรายละเอียดต่างๆจะไปอยู่ในหนังสือแทน 🙂  และทริปนี้ไม่ใช่ทริปเที่ยวญี่ปุ่นที่ถูกที่สุดนะคะ เพราะกินอยู่ค่อนข้างดี เฉพาะ JR pass 14 วันก็หมื่นสามพันกว่าบาท โรงแรมตลอดทริปสองหมื่นกว่า เป็นคนแบกเป้กล้องหนักมากทุกวันกลับมาถึงโรงแรมของนอนสบายหน่อย แต่ค่าโรงแรมเฉลี่ยพันกว่าบาทต่อคืน ถือว่าดีมากเพราะโรงแรมอยู่ใกล้สถานีแทบทุกแห่ง เอาเป็นว่างบประมาณกินอยู่ขึ้นอยู่ที่เรากำหนดค่ะ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปก็ไม่หนีกันมาก จะนั่งลีมูซีนไปหรือจะโบกรถไป มันก็รอเราอยู่ตรงนั้น สรุป  จะถูกจะแพงเราดีไซน์ทริปของเราเองได้ค่ะ ^^

15 วัน 11 เมือง 3 ภูมิภาค คนเดียวก็ชิลล์ได้

 ฮิโรชิม่า – ฟูกุโอกะ –นางาซากิ – คุมาโมโต้ – คาโกชิม่า – มิยาซากิ – เบปปุ – ยูฟูอิน – โอซาก้า – เกียวโต – นารา


M i y a j i m a  – H i r o s h i m a

ไปญี่ปุ่น ทุกคนอาจจะชินตากับเสาโทริอิ ตามศาลเจ้าทั้งดังทั้งไม่ดังมากมาย แต่จะมีเสาโทริอิแห่งใดจะมีความพิเศษไปกว่า เสาโอโทริอิหรือโทริอิกลางน้ำของศาลเจ้าลอยน้ำอิซิคุชิมะ (Itsukushima Jinja) แห่งเกาะมิยาจิมะ (Miyajima)  ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ในการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันเลย

ก่อนไป จินตนาการ (หรือมโน) ไปว่าจะได้เห็นเกาะมิยาจิมะ ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนนสีที่สวยงามดั่งภาพฝัน ท้องฟ้าใสฟ้าเข้ม มีก้อนเมฆขนแกะปุยๆลอยอยู่เป็นหย่อมๆ ฉากหน้าคือใบไม้แดง ฉากหลังคือใบไม้เหลือง …..​ โอ้ว มันช่างสวยงามจริงๆ ^^  ชีวิตจริงตอนไปถึงก็คล้ายๆที่มโมไว้น่ะ ฮ่าๆๆ เพราะถือเป็นวันที่ฟ้าใส แดดดี เบิกฤกษ์เอาชัยสำหรับทริปนี้กันได้ดีทีเดียว และถือเป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่เจออากาศแบบนี้ที่คิวชู นอกนั้นฝนตก ฟ้าขาว ต้นไม้เขียวชะอุ่มสดชื่นมาก แล้วใบไม้แดงใบไม้เหลืองที่ตามหา มันอยู่ไหนกันค้าาา ….​ แง ไม่เป็นไร เป็นนักเดินทางต้องอดทน รอลุ้นป้ายหน้าก็ได้ค่ะ ^^

การเดินทาง เรานั่งรถไฟมาลงที่สถานีมิยาจิมะกุจิ (Miyajimaguchi) แล้วต่อเรือเฟอรี่ JR มาลงที่เกาะมิยาจิมะ (ถ้าใช้ JR Pass สามารถใช้ JR pass ขึ้นได้ฟรี) เมื่อถึงเกาะแล้วเดินตามทางไปก็จะถึงศาลเจ้าอิซึคุชิมะ ค่าเข้าชมศาลเจ้า 300 เยน แต่ไม่ได้เข้าน่ะ เวลามีน้อย ต้องใช้สอยอย่างประหยัด อาศัยเดินเล่นชมวิว ชิมโน้นชิมนี่ ถ่ายรูปชิลล์ๆเพลินๆไป

นั่ง (วิ่งพล่านถ่ายรูปบนเรือ) เฟอรี่ฟรีเก๋ๆ เข้าใกล้มิยาจิมะเข้าไปทุกที ลุ้นตึกๆระทึกระทวยว่าจะได้เห็นเกาะทั้งเกาะเปลี่ยนสีเป็นสีลูกกวาดหรือเปล่า

แต่ช้าก่อนชีวิตจริงคือชั้นมาเร็วไปสองอาทิตย์ใช่มั้ย?

คือมิยาจิมะ เขียวมากกกกกกก ฮ่าๆๆ แม้จะดีใจที่ได้มาถึงที่นี่แล้ว แต่ในใจลึกๆก็แอบผิดหวังนิดๆเพราะทริปนี้ตั้งใจว่าจะตามหาใบไม้แดงที่ฉันฝันถึงตั้งแต่เด็กให้ได้ แต่ก็ไม่เป็นไร ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ มีหลายสิ่งหลายอย่าง หลายปัจจัยมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของธรรมชาติ มันยิ่งคาดเดากันลำบาก ดอกไม้จะบานจะร่วงวันไหน ใบไม้แดงจะเปลี่ยนสีวันไหน ตั๋วก็ต้องซื้อ โรงแรมก็ต้องจอง ?​

เรื่องของธรรมชาติ มันต้องรอเวลา เพราะฉะนั้นถ้าใครถามเรื่องดอกไม้บานเมื่อไหร่นี่มีเคืองน่ะ อิอิ

มิยาจิมะ

เอาเป็นว่า เท่าไหร่ก็เท่านั้นค่ะ  อย่าไปซีเรียสกับมันมากเดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุก อยากจะแปลนทริปอะไรก็แปลนไปเลย ศึกษาหาข้อมูลเก่าๆไว้พอเป็นแนวทางพอ หาตั๋วถูกและที่พักไว้ก่อนสำคัญที่สุด ส่วนเรื่องอื่นถือเป็นโบนัสไป ถ้าเราได้ไปเห็นในสิ่งที่เราตั้งใจ มันก็ดี แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร หาโอกาสกลับมาใหม่ ดีจะตาย จะได้เที่ยวบ่อยๆ ^^

ความหวังที่จะเห็นใบไม้แดงฟูเต็มเกาะริบหรี่เหลือเกิน เอ้า ขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อย เผื่อจะแดงขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่น่ะ ฮ่าๆๆ

มิยาจิมะ

_JIB6239

ไม่แดงไม่เป็นไร เดินหาต้นกิงโกะถ่ายรูปแทนก็ได้ แต่ก่อนอื่นขอกรี๊ดดด เสาโทริอิกันก่อน แลนด์มาร์คของญี่ปุ่นกันเลยน่ะเนี่ยยย มาถึงแล้วแต่ยังกลับไม่ได้ ขอไปต่อน่ะ อิอิ

_JIB6370

มุมสวยๆในชั้นล่างของเจดีย์ห้าชั้น

_JIB6123

ตอนไปใบไม้ยังไม่แดง แต่เหลืองก็สวย

_JIB6069

PR ของเกาะ ทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่องเลย มองไปทางไหนก็เห็นเสนอหน้าทั่วไปหมด น่ารักจริงๆ

_JIB6355

_JIB6374

ได้เห็นเสาโทริอิแล้ว ได้เห็นเจดีย์ห้าชั้นแล้ว ได้เดินเล่นชมวิว ชิมหอยนางรมแล้ว แต่โมเม้นท์ที่ชอบและชิลล์ที่สุดเห็นจะเป็นตอนนั่งจิบกาแฟ ทานเค้กกับบรรยากาศสุดชิลล์ที่ร้านกาแฟบนเกาะที่ร้าน Kakiwai ที่อยู่หลังเจดีย์ห้าชั้นนี่เอง ใช้เวลานั่งเล่นที่นี่เพลินเกิน จนไปสะพานคินไตเคียว (Kintai Bridge) ไม่ทันแสง อิอิ เพราะคำนวณแล้วว่ากว่าจะออกจากเกาะแล้วต่อรถไฟไป Iwakuni กว่าจะอะไรต่ออะไรแสงก็หมด และหมดจริงๆ สรุปจนหมดทริปแล้วก็ยังไม่ได้ไปสะพานคินไตเคียวน่ะ และมันคืออีกหนึ่งมิชชั่นที่ต้องจัดให้ได้ ใบไม้แดงปีนี้เลยล่ะกัน ^^


_JIB6211

วิวเทพมาก นั่งจิบชา ทานขนมเค้กกับวิวนี้มันฟินจริงๆ ยอมเสียเวลาเดิน (วิ่ง)​ถ่ายรูปมานั่งชิลล์ที่นี่แทนเลยล่ะกัน

_JIB6209
_JIB6190 _JIB6185

เราใช้เวลาบนเกาะมิยาจิมะพอสมควร เพราะต้องรีบไปฟูกุโอกะต่อ แต่จะบอกว่าที่นี่ไม่ควรมาเที่ยวแบบรีบๆเร่งๆวิ่งเต้นระบำรอบเกาะแค่นั้นนะคะ เพราะว่าเกาะนี้มีความงดงามและประวัติศาสตร์มากมายที่น่าชื่นชม เพราะมันเป็นเกาะชื่อดังที่สุดของญี่ปุ่นน่ะจ๊ะ ค่อยๆเดินเล่มชม ชิม ช๊อป ซึมซับบรรยากาศความสวยงามของธรรมชาติรอบเกาะและหาเวลาแวะจิบชาตามวิถีเซนกันไปช้าๆ

แต่ไม่ว่าคุณจะมีกิจกรรมอะไรทำบนเกาะแห่งนี้ สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดก็คือหาหอยนางรมสดชิมกันเถอะ ตัวล่ะ 400-600 เยน ย่างไฟแบบใส่แค่มะนาวฝาน หรือใส่ซีอิ้วญี่ปุ่นก็ได้ตามใจชอบ มันสดอร่อยหวานหอมมาก ดูรูปแล้วกลิ่นยังโชยมาแตะจมูกเลยน่ะเนี่ย (อันนี้แนวหลอนแล้ว ฮ่าๆๆ) หรือใครที่ไม่ชอบทานสดก็ลองชิมแบบย่างกับข้าวญี่ปุ่นดู อารมณ์คล้ายๆกับข้าวจีหรือข้าวเหนียวชุบไข่ปิ้งแล้วโปะหน้าหอยนางรม มันดีงามและอร่อยมากกกกค่ะ

มิยาจิมะ


 F u k u o k a 

นั่งชินคังเซ็นจากฮิโรชิม่ามาถึงฟูกุโอกะก็ค่ำแล้ว โชคดีที่โรงแรมอยู่ใกล้สถานี Hakata เลยใช้เวลาไม่มากที่จะเอาของไปเก็บแล้วออกมาเดินเล่นและหาอะไรทานที่สถานีก็เป็นอันหมดวัน

เริ่มต้นวันที่ 2 ด้วยฝนตกนอกหน้าต่าง ตื่นมาเปิดหน้าต่างห้องดูแล้วกรี๊ดด  (แล้วนอนต่อ) เพราะฝนตกหนักมาก ออกไปไหนไม่ได้เลย ฟูกุโอกะของฉัน ครึ่งวันแรกอยู่แค่ในห้องพักล่ะกัน แง

พอฝนเร่ิมซาเม็ดก็คิดว่าจะยังไงก็ต้องออกไปเห็นอะไรซักหน่อย ต้องเลือกจากหลายจุดหมายที่คิดไว้ให้เหลือที่เดียว เพราะเวลามีแค่นั้น หวยมาออกที่ศาลเจ้า Dazaifu เพราะดูข้อมูลก่อนมาว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของคิวชูกันเลย (แน่นอนว่าถ้ามันเปลี่ยนสีน่ะ 5555)  ตัดสินใจฝ่าสายฝนปรอยพาตัวเองให้มาถึงสถานี Tenjin กันก่อน คนที่มี JR พาสใหญ่ก็ต้องซื้อตั๋วใหม่น่ะ เพราะนั่งรถสายโลคอลค่ะ ไม่รู้คนอื่นเดินทางยังไง แต่เรานั่ง Subway สาย Kuko line (200 เยน) ไปเปลี่ยนรถไฟสาย Nishitetsu-Tenjin-Omuta Line ที่สถานี Tenjin ค่ารถจุดอีกนี้ 400 นั่งไปอีก 2 สถานีก็เปลี่ยนอีกที่สถานี Fuisukaishi เพื่อนั่งสาย Dazaifu ไปศาลเจ้า ไปถึงฝนฉ่ำเลย เดินเล่นท่ามกลางสายฝนกันเลย อิอิ

สายนี้ไม่มีประกาศเป็นภาษาอังกฤษนะคะ ห้ามนั่งไปเล่นมือถือไปน่ะ เลยป้ายแน่ๆ มาเปิด google map นั่งนับสถานีกันดีกว่า แต่ไงก็ไม่ยากจนเกินไปค่ะ เดินตามคนเข้าไว้ คนส่วนมากนั่งสายนี้ก็จะไปศาลเจ้ากับเรานั่นล่ะค่ะ  ^^


_JIB6832_Fotor_Collage

_JIB6514

ศาลเจ้า Dazaifuเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่ง ที่นี่มีชื่อเสียงมากๆในหมู่เด็กนักเรียนที่กำลังจะเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตอนที่ไปจะเห็นกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษาและขอพรกันเป็นจำนวนมาก มากกว่านักท่องเที่ยวปรกติด้วยซ้ำ

_JIB6547 _JIB6567 _JIB6530 _JIB6672

_JIB6626 _JIB6735 _JIB6828

ใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางสายฝน เศร้า เหงา แบบมีความหวัง

_JIB6752

เพราะใบไม้เปลี่ยนสีคือตัวแทนของความเหงา ความร่วงโรยและการจากลา กับสายฝนซึ่งเป็นตัวแทนของความสดชื่น การเริ่มต้นชีวิตใหม่ มันมาอยู่ด้วยกันตรงหน้า กลับรู้สึกดีจัง

_JIB6719

หอมกลิ่นดิน หอมกลิ่นฝน สดชื่นมากๆ

_JIB6693

ใบไม้ยังไม่แดงเลย มีเปลี่ยนสีให้เห็นบ้างนิดหน่อย แต่นาทีนี้ไม่เอาแล้วใบไม้แดง ใบไม้เหลือง ได้แค่นี้ก็ดีใจแล้วที่ฟ้าฝนยังปรานีให้ออกมาเที่ยวได้ ไม่งั้นวันแรกและวันเดียวของฟูกุโอกะของฉัน ต้องอยู่แต่ในห้างกับในห้องเป็นแน่

_JIB6654

หนุ่มน้อยแต่งตัวเต็มยศมาวัดกันเลย

_JIB6646

Autumn in the rain – ฝนตกแบบจริงจังมาก

_JIB6835

ถ้าไม่ต้องถ่ายรูป (ห่วงกล้องเปียก อิอิ)  มันคือฟินมากกกกก ^^

_JIB6765

ท่ า ม ก ล า ง ส า ย ฝ น ก็ มี เ รื่ อง ร า ว

มาเที่ยวแล้วเจอฝนแบบนี้ต้องทำใจ อย่ามัวไปคิดว่าจะไม่ได้รูปในแบบที่ต้องการ มองในแง่ดี มันชิลล์น่ะ ไม่รู้เพราะมาคนเดียวหรือเปล่า เราจะหยุดอยู่ตรงไหนก็หยุด จะอยู่ตรงไหนนานหน่อยก็เรื่องของเรา ไม่อยากไปไหน จะเปลี่ยนใจกระทันหันก็ไม่เป็นไร แม้จะขาดคนช่วยคิดและเพื่อนร่วมทาง แต่เราได้เป็นตัวของเราเต็มที่ ได้ท่องเที่ยวในสไตล์ของตัวเองอย่างเป็นอิสระดี ^^

_JIB6750

Starbucks ที่ Dazaifu แห่งนี้สวยงามโดดเด่นแปลกตา สะดุดตากันตั้งแต่แรกเห็น น่าจะเป็น Starbucks ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นล่ะมัง พอเห็นสถาปัตยกรรมสวยงามแบบนี้ก็สงสัยใคร่รู้ว่าจริงๆแล้วใครกันน่ะที่เป็นคนออกแบบ ถึงได้รู้ว่า Stabucks ที่นี่เป็นผลงานการออกแบบของ Kengo Kuma ซึ่งเป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในการดีไซน์สวยล้ำไม่เหมือนใคร ปรกติสั่งทานกาแฟเจ้านี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นร้านสวยขนาดนี้ ฝนก็ตกขนาดนี้ ไม่แวะไม่ได้แล้ว

_JIB6782 _JIB6789 _JIB6795 _JIB6802

_JIB68321

กลับมาจาก Dazaifu ก็ไม่มีเวลาเหลือจะทำอะไรอีก ทำได้แค่เดินเล่นชมบรรยากาศโดยรอบของสถานี Hakata ซึ่งตอนนั้นสวยงามไปด้วยการจัดแสดง light illumination พอดี เดินเล่นชมไฟกันสวยๆตามประสาบ้านนอกเข้ากรุงกันพอสมควรก็หมดไปสำหรับวันที่ 2 ที่ญี่ปุ่นของทริปแบกเป้เที่ยว 15 วันนี้

_JIB6928

ฟูกุโอกะฉ่ำฝนจริงๆ ตอนนี้ไม่ต้องมองหาใบไม้แดงกันแล้ว เอาแค่ว่าขอให้ฝนไม่ตกจะได้ออกไปเที่ยวบ้างก็พอเพราะวันนี้หายไปครึ่งวันเพราะฝนตกหนักจนแบกกล้องออกไปเที่ยวไม่ไหว


_JIB6960

ชมแสงไฟกันเพลินๆ

_JIB6941

มุมนั้นมุมนี้สวยทุกมุมค่ะ

_DSC5122

_JIB7012 _JIB7022 _JIB7014 _JIB7016
_JIB7032

มาเที่ยวญี่ปุ่น แนะนำให้หาที่พักใกล้สถานี JR เข้าไว้ ดีงามที่สุดค่ะ เพราะนอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว ยังเป็นที่ช๊อปที่กินของเราได้อย่างสะดวกสบายเลยล่ะค่ะ

_JIB7066


N a g a s a k i

ฟูกุโอกะฝนตกตั้งแต่เช้ามืด ไม่ต้องไปไหนกันเลยค่ะ กว่าจะออกมานางาซากิก็เกือบ 11 โมง นั่ง JR มาถึงสถานี Nagasaki ก็เกือบบ่ายโมง เตร็ดเตร่รอเข้าห้องตอนบ่าย 3 ถึงจะออกไปดูอะไรในเมืองเค้าซักหน่อย ซึ่งตั้งจะใจไป Nagasaki Atomic Bomb museum แต่นั่งเลยป้าย เดินงมไปงมมาจนมาเจอ Nagasaki Peace Park โดยบังเอิญจากการหลง แต่เป็นการหลงที่คุ้มค่าจริงๆบางครั้งการหลงทางในเมืองที่เราไม่รู้จัก มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนะคะ ^^

_JIB7175 _JIB7237 _JIB7210 _JIB7220 _JIB7270 _JIB7282

แต่สุดท้ายก็มาจบวันที่ Nagasaki Atomic Bomb museum ที่อยู่ใกล้ๆกันจนได้ ซึ่งภายในจัดแสดงเรื่องราวของการถูกระเบิดของเมืองด้วยลูกระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 จนเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นต้องประกาศแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2  แต่เอาจริงๆน่ะ ตั้งใจไว้ก่อนมาว่าจะไม่มาที่นี่รวมทั้งที่ฮิโรชิม่าด้วย เพราะรู้ว่ามันเศร้า หดหู่และต้องเสียน้ำตาแน่นอน และก็เป็นไปตามนั้น เดินชมภาพถ่าย นิทรรศการแล้วรู้สึกบีบคั้น เศร้าใจและหดหู่อย่างที่สุด T__T

การเดินทาง (แบบไม่หลง) ให้นั่งรถรางสาย 1 หรือ 3 ลงที่สถานี Hamaguchi-machi ค่ะ

_JIB73961

_JIB7396_Fotor_Collage

หลังจากที่นอนๆนั่งๆรอฝนชิลล์เว่อร์ที่ฟูกุโอกะรวมทั้งวันแรกของนางาซากิ วันนี้พอมีแดดบ้าง คุณป้าเลยจัดหนักเลยค่าาา เป็นวันที่วิ่งไปเที่ยวทั้งหมด 6 ที่ในวันเดียว คิดแล้วอยากจะเป็นลมอีกรอบ ฮ่าๆๆ

เริ่มวันฟ้าใสกันที่ สะพานแว่นตาเมงาเนะบาชิ (Meganebashi)

เป็นสะพานหินเก่าแก่ทอดข้ามแม่น้ำนากาชิมะ (Nakashimagawa) สะพานนี้สร้างโดยพระภิกษุจากวัดโคฟุกุจิ ในปี พ.ศ.2177 เพื่อเป็นหนทางไปสู่ตัววัด สะพานแห่งนี้เดิมเป็นสะพานหินโค้งที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยใหญ่ พ.ศ.2505 ตัวสะพานได้พังทลายลง สะพานที่เห็นปัจจุบันเป็นสะพานที่สร้างขึ้นมาโดยการเลียนแบบสะพานเดิม

การเดินทาง นั่งรถรางสาย 4 หรือ สาย 5 มาลงสถานีรถรางนิกิไวบาชิ (Nigiwaibashi tram stop) แล้วเดินอีกนิดก็ถึงค่ะ

_JIB7490

_JIB7531_Fotor_Collage

นางาซากิไชน่าทาวน์ (Nagasaki Chinatown)  อยู่ไม่ไกลจาก Dejima island  ถ้ามารถรางก็ให้ลงที่สถานี Tsuki-machi ไชน่าทาวน์ที่นางาซากินี้เป็น 1 ใน 3 ของไชน่าทาวน์ในญี่ปุ่นเชียวนะคะ (อีก 2 ที่อยู่ที่เมืองโยโกฮาม่าและโกเบ)  แถมเป็นไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นแวะกันซักนิดเถอะค่ะ

การเดินทาง อยู่ที่สถานีรถรางสุคิมาชิ (Tsukimachi Tram) รถรางสาย 1 หรือ 5 ค่ะ

_JIB7558_Fotor_Collage

สวนโกลฟเวอร์ (glover garden) ที่อยู่บนเขามินามิ ยามาเตะ ที่มีบ้านรูปทรงตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นตั้งอยู่ บนนี้เราสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองนางาซากิจากมุมสูงได้อย่างสวยงามมากเลยน่ะ ใครที่มาเที่ยวนางาซากิต้องห้ามพลาดกันเลยค่ะ

การเดินทาง จากสถานีรถราง Ouratenshudo-shita สาย 5 เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึง สวนโกลฟเวอร์ มีบันไดเลื่อนต่อลิฟท์ไปยอดเขานะคะ ไม่ต้องเดินมาก ดีใจจัง ^^

_JIB7701_Fotor_Collage

_JIB7705

Dejima Island เป็นย่านการค้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ เป็นเขตอนุรักษ์ ทำให้ยังมีอาคารแบบเก่าหลงเหลืออยู่มากมาย ทั้งโกดังเก็บของ บ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน กำแพง ร้านค้า ประตู  เข้าไปเดินเล่นแล้วเหมือนเดินเข้าไปในเมืองท่ายุคเอโดะจริงๆ

การเดินทาง นั่งรถรางสาย 1 มาลงที่สถานีรถรางเดจิมะ (Dejima tram)

_JIB7778_Fotor_Collage

Mt.Inasa Ropeway คือจุดชมวิวสูงสุดของภูเขาอินาสะ เราจะสามารถเห็นวิวที่สวยงามของเมืองนางาาซากิและยิ่งวิวตอนกลางคืนจะติด 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นด้วยน่ะ อีก 2 แห่งคือภูเขาฮาโกดาเตะ​ ฮอกไกโด (ไปมาแล้ว เย้) และ ภูเขาร็อคโกะที่โกเบค่ะ

ณ ที่แห่งนี้มีเรื่องเล่า แต่จะค่อยไปเล่าในหนังสือดีกว่า อิอิ

_JIB7978_Fotor_Collage

Mt.Inasa Nagasaki 1 Mt.Inasa Nagasaki2

ต่อด้วยจุดหมายในฝันอีกแห่งคือ Huis Ten Bosch ซึ่งเป็นธีมพาร์คขนาดใหญ่  ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลใกล้เมืองซาเซะโบะ (Sasebo) แต่ยังอยู่ในจังหวัดนางาซากิ สามารถเดินทางมาได้ง่ายทั้งจากฟุกุโอกะและนางาซากิ ที่นี้ได้ถูกจำลองให้เป็นประเทศเนเธอแลนด์ แวดล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้าง ลำคลองและสวนดอกไม้ที่สวยงามมากๆ ที่ไฮไลท์ที่ตั้งใจไปชมคือการแสดงแสงสี Light illumination ที่จัดได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกันเลย

ขอย้ำว่าทั้งหมดนี้จัดได้ใน 1 วัน ฮ่าๆๆ คือตั้งแต่เช้า 7 โมง ทั้งเดิน ทั้งวิ่ง ทั้งแบก ทั้งนั่งรถราง ต่อรถบัส ต่อรถไฟ ทั้งโบกรถ ทั้งเดินขึ้นเขา เดินไปเดินมาจนกลับมาถึงโรงแรมห้าทุ่ม  ช่างเป็นวันหรรษาหฤโหดที่ครบทุกรสจริงๆ

_JIB8199_Fotor_Collage

บรรยากาศสวยงามภายใน Huis Ten Bosch


_JIB81991

สิ่งนี้ที่รอคอย Light illumination ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาลืมกันไม่ลงจริงๆ


_JIB8361

มาถึงไปถึงสี่โมงเย็นเพื่อจะได้ส่วนลดค่าเข้าเหลือ 4800 เยน คุ้มกับการนั่งรถไฟไปกลับเกือบ 4 ชม.เพื่อไปดูไฟเลย

_JIB8336

ไฟนี้จะเปิดถึงวันที่ 18 เมษ.ปีนี้ค่ะ

_JIB8316
_JIB8353 _JIB8406 _JIB8374

เป้าหมายที่เล็งไว้แต่ไม่ได้ไปในทริปนี้คือ แหล่งออนเซน Unzen Onsen , ปราสาทชิมาบาระ (Shimabara Castle) เอาไว้กลับมาเก็บอีกทีในครั้งหน้าน่ะจ๊ะ


K u m a m o t o 

มาถึงคุมาโมโต้ทั้งที ก็ต้องมาปราสาทคุมาโมโต้กันก่อน แต่ก่อนจะมาถึงปราสาท ขอนั่งรถไฟสายที่โด่งดังมากที่สุดสายหนึ่งของคิวชูนั่นคือ Aso Boy  ซึ่งเป็นขบวนที่เหมือนสนามเด็กเล่น ทุกมุมน่ารักและทำมาเพื่อเด็กๆโดยเฉพาะจริงๆ เป็นขบวนที่วิ่งระหว่าง Kumamoto ไปกลับ Miyaji โดยผ่าน Mt.Aso ขบวนนี้จองยากหน่อย ถ้าใครจะนั่งก็ต้องรีบจองกันเลยนะคะ

_JIB8644_Fotor_Collage Aso boy1

ตารางเดินรถไฟ Aso Boy ค่ะ ดูเล็งวันกันไว้ก่อน จะได้วางแผนการเดินทางได้

Aso boy timetable

Everthing in Kumamoto is Kumamon

อยู่เมืองนี้ เข้าร้านไหน มองไปทางไหนต้องคุมะมงเท่านั้น เพราะคุมะมงเป็นหมีมาสคอตซึ่งสร้างโดยรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดคุมาโมโต้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี่เองค่ะ

_JIB9420_Fotor_Collage 20151120_210724_Fotor_Collage 20151120_2107241

ปราสาทคุมาโมโต้ (Kumamoto Castle)

นอกจากจะเป็นปราสาทที่แข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะไม่มาเยี่ยมชมที่นี่ถ้ามาถึงเมืองนี้น่ะจ๊ะ

การเดินทางจากสถานี Kumomoto-eki mae   ด้วยรถบัส Kumamoto Castle Loop Bus ให้ลงที่ป้าย Kumamoto-jo mae  ใช้เวลาประมาณ 10 นาที รถจะจอดที่ฝั่งตรงข้าม ให้เดินตามป้ายบอกทางหรือฝูงชนก็จะไม่มีหลงแน่นอนค่ะ

_JIB8968

สวน Suizenji

มาญี่ปุ่น อย่ามัวเอาแต่วิ่งถ่ายรูปนะคะ เผื่อเวลาไว้สัมผัสวิถีเซน ลองสโลว์ไลฟ์นั่งจิบชากลางสวน Suizenji  ใช้ชีวิตแบบคนญี่ปุ่นกับบ้าง ซึ่งที่นี่เป็นสวนญี่ปุ่นที่มีแลนด์สเคปสวยมากๆอยู่กลางเมืองคุมาโมโต้เลยค่ะ

การเดินทาง ในคุมาโมโต้ง่ายที่สุดในจักรวาล City tram หรือรถรางของเมืองซึ่งมีอยู่แค่ 2 สายคือ A และ B จะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองหมด เช่นสวน Suizenji นี่ก็นั่งรถสาย A จากหน้าสถานีรถไฟ (ป้าย 3) ไปป้ายที่ 18 หรือ ไปปราสาทคุมาโมโต้ก็ลงที่ป้าย 10 ส่วนขากลับก็นั่งสาย A กลับมาสถานีป้าย 3 อีกเช่นกัน

ข้อเสียของรถรางคือมันวิ่งช้าและส่วนมากมีตู้เดียว เพราะฉะนั้นคนเยอะและการเดินทางมันไม่รวดเร็วฉับไวเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆในญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยกันนะคะ ค่าโดยสารต่อเที่ยว 150 เยน แต่แนะนำให้ซื้อ Day pass ซึ่งมีหลายแบบ แนะนำแบบวันล่ะ 400 เยนก็ครอบคลุมจุดท่องเที่ยวใน 1 วันแล้วค่ะ

เข้าสวนไปเลี้ยวขวาเดินนิดเดียวก็ถึงอุโมงค์ต้นไม้ที่เห็นมันควรจะแดง ต้นเมเปิ้ลที่ร้านชาที่อยู่หน้าโต๊ะที่แอดมินนั่งก็ควรจะแดง แต่ตอนที่ไปมันยังไม่แดง (แทบไม่มีที่ไหนแดงเลย ฮ่าๆๆ) เพราะฉะนั้นคนที่มาหลังธค. จะเห็นมุมนี้สวยมาก ^^

_JIB9251 _JIB9227

ร้านนี้ชาเขียวอร่อยมากกกกกกกกกก ทำเลดีงามเพราะอยู่ริมน้ำในสวน Suizenji  เลย

เป็นอีกช่วงเวลาที่นั่งชิลล์ ไป ชิบชาไป ชมวิวไป จริงๆการมาเที่ยวคนเดียวแบบนี้ก็ดีไปอย่าง เราสามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ตามใจเราล้วนๆ ถ้ามากับเพื่อนอาจจะเลือกไปเดินช๊อปที่ถนนคนเดินแทนที่จะมานั่งจิบชาในสวนอย่างเย็นใจแบบนี้ก็ได้ ใช่แล้วค่ะ เราเลือกที่จะใช้เวลาอยู่ที่นี่ มากกว่าที่จะไปเดินเล่นถนนคนเดิน ^^


_JIB9375

ขนมโมจิใส้ถั่ว (มั้ง) กับชาเขียวถ้วยนี้ชุดล่ะ 550 ค่ะ

_JIB9313 _JIB9297 _JIB9306

แม้จะหมดหวังกับการตามหาใบไม้แดงอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็ไม่วายเดินหาจนเจอ เมืองทั้งเมืองเจออยู่สองต้นนี่แหล่ะ

_JIB9390

สวน Suizenji เป็นสวนที่มีภูมิทัศน์สวยงามมากๆๆ มาเที่ยวคุมาโมโต้อย่าลืมแวะมานั่งเล่นนะคะ นี่ก็นั่งจนไม่ได้เข้าห้าง ไม่ได้ไปถนนคนเดินกันเลย ฮ่าๆๆ

 Suizenji 1  Suizenji 2  Suizenji 3  Suizenji 4  Suizenji 5  Suizenji 6  Suizenji 7  Suizenji 8


Kagoshima 

จังหวัดคาโกชิม่า (Kagoshima Ken) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู โดยมีเมืองคาโกชิม่าเป็นเมืองหลวง เดิมชื่อ ซัทซึมะ ถือเป็นเมืองใหญ่สุดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม วัฒนธรรมและคมนาคมของคิวชูใต้ นอกจากฮากาตะ สถานีรถไฟคาโกชิม่ามีศูนย์การค้าในสถานีรถไฟใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู เพราะฉะนั้นพักใกล้สถานีนี้ชีวิตสะดวกที่สุด และเป็นเมืองที่มีภูเขาไฟ Sakurajima ที่ยังคุกรุ่นอยู่ห่างไปเพียง 4 กิโลเมตร

สถานีรถรางที่เมืองคาโกชิม่า (Kagoshima) สวยจังเลย ปูหญ้าแบบนี้แล้วทำให้ทัศนียภาพสวยขึ้นพันเปอร์เซนต์ ไอเดียเค้าดีจัง

_JIB9568 _JIB9562 _JIB9567

_JIB9626_Fotor_Collage

จุดหมายหลักในการมาคาโกชิม่าคือมาแช่ทรายร้อนที่เมือง Ibusuki เลยจ้า สำเร็จภาระกิจก็ย้ายเมืองต่อได้ อิอิ

Kagoshima


M i y a z a k i

Takachiho Gorge เป็นช่องผาลึกที่เกิดจาการกัดเซาะของแม่น้ำ gokase ที่นี่สามารถเดินทางจาก Aso โดยนั่งรถไฟมาต่อรถบัสแค่ 2 ชั่วโมง และสามารถนั่งรถบัสกลับสถานี Kumamoto ได้เลยแต่เราชอบของยากขอนั่งรถสองสามต่อจาก Miyazaki ไปต่อรถบัสที่ Nobeoka เพื่อไป Takachiho ไปกันหลายต่อเดินทางไกลหน่อยแต่คุ้มค่าค่ะ

วันนี้ขอเล่ายาวหน่อยเพราะเป็นวันที่ยาวจริงๆ ……​

ตอนเช้าตกรถไฟเที่ยว 8:07 จากสถานีมิยาซากิเลยต้องขึ้น JR local ไปแทนตอนเกือบ 9 โมง กว่าจะถึง Nobeoka ใช้เวลาชม.ครึ่ง ไปถึงนั่งรอรถบัสอีก 40 นาที นั่งรถบัสไป Takachiho อีกชม.ครึ่ง ไปถึงรอรถบัสไป Takachiho Kyo อีกชม. 15 นาที ถึง Takachiho gorge ตอนบ่ายสอง ไปถึงมีเวลาเดินเล่นชม.ครึ่ง ก็กลับและทำเหมือนขาไปแต่นั่ง JR limited express มาถึงสถานีมิยาซากิตอนทุ่มนิดๆ และเดินมาโรงแรมอีกโลนึง

สรุปรวมเวลาเดินทางทั้งหมด 10 ชม. เพื่อจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ ชม.ครึ่ง ฮ่าๆๆขำ คนอื่นเค้าจะดูใบไม้แดงก็แค่ไปวัดในเมืองเก๋ๆ แต่ของเราทำไมมันยากจัง ฮ่าๆๆๆ

อ้อ ถ้าจะนั่งรถเล่นชมวิวแบบนี้ให้ซื้อตั๋ว bus day pass ที่ Nobeoka bus center ไปกลับ 1800 เยนค่ะ ตั๋วนี้จะรวม bus excursion แวะเที่ยวศาลเจ้าและนั่งฟรีไป Takachiho gorge ได้อีก แต่ถ้าซื้อเที่ยวเดียวราคา 1790 เยน ซึ่งแพงมาก แนะนำให้ซื้อเป็น day pass จะคุ้มกว่ามาก

_JIB0515 _JIB0501 _JIB0295 _JIB0297 _JIB0388

_JIB0475 _JIB0466 _JIB0385 _JIB0360 _JIB0348 _JIB0058 _JIB0112

Sun Messe Nichinan  

ตั้งใจมาที่นี่เพราะรูปปั้นหินโมอายทั้ง 7 ตัวที่สร้างใหม่ตามแบบของเกาะอีสเตอร์ในชิลีนี่แหล่ะ ไม่มีเหตุผลอื่นเลย อิอิ Sun Messe เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นมาเมื่อไม่นานนัก ภายในเป็นสวนกว้างติดทะเลที่มีรูปปั้นโมอาย 7 รูปตั้งอยู่ ซึ่งสวนแห่งนี้ได้รับอนุญาตจากหมู่เกาะ Easter ประเทศชิลีที่เป็นสถานที่ดั้งเดิมของรูปปั้นโมอายให้ทำการสร้างเลียนแบบได้เป็นแห่งเดียวในโลกน่ะจ๊ะ เพราะฉะนั้นใครไปไม่ถึงเกาะอิสเตอร์ซักที มาที่นี่แทนก็ได้ อิอิ

การเดินทาง ……​ ลืมสายรถเมล์แล้ว ฮ่าๆๆ แต่นั่งรถเมล์ตรงจากสถานมิยาซากิได้เลยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถ้างงงวยก็เดินถือรูปเข้าไปถามออฟฟิศดูแล้วบอกว่า จะไป Sun Messe เค้าก็จะบอก เจ้าหน้าที่ที่นี่พอสื่อสารภ.อังกฤษได้ค่ะ เค้าจะบอกให้เราไปรอที่ป้ายไหน อย่างไร ไม่ยากค่ะ (ไม่รู้คำตอบจะได้ช่วยได้มั้ย แต่ตัวเองทำแบบนี้ค่ะ อิอิ)

_JIB0804_Fotor_Collage

_JIB0734

Sun messe1 Sun messe3 Sun messe2

ศาลเจ้ายูโดะ (Udo Jingo) อยู่ที่ชายฝั่งทะเลนิชินาน(Nichinan) ทางตอนใต้ของมิยาซากิ ถูกสร้างขึ้นเพื่อบิดาของจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่น ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่แตกต่างจากศาลเข้าที่อื่น คือสร้างฝังตัวอยู่ในถ้ำริมหน้าผา หันหน้าออกทะเลทำให้ได้วิวทิวทัศน์ที่งดงามมาก ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นเติบโตขึ้นมาจากน้ำนมที่ไหลออกมาจากหินที่มีรูปร่างคล้ายเต้านมภายในถ้ำ ทำให้ถ้ำนี้ยังมีชื่อเสียงเรื่องการให้กำเนิดบุตร และการแต่งงานด้วย

การเดินทาง  ใช้วิธีเดียวกับ Sun Messe ด้านบน เพราะอยู่เลยมาอีกป้ายเดียวค่ะ ให้ลงที่ป้าย Udo Jingu Iriguchi ค่ะ

_JIB0903
_JIB0904 _JIB0827 _JIB0842

_JIB0866 _JIB0925 _JIB0931

วิวข้างทางรถไฟจากมิยาซากิไปเบปปุ ฟ้าใสเป็นใจแล้ว

_JIB0978


B e p p u

เบปปุ เมืองแห่งน้ำพุร้อน มาทั้งทีต้องไปบ่อนรก(Jigoku Meguri)  ทั้ง 8 ให้ครบ ซึ่งไปมาครบแล้วค่ะเย้  ไปถึงก็ซื้อ Beppu Free Pass ราคา 900 เยน ในการขึ้นรถบัส เที่ยวในตัวเมืองเบปปุและบ่อน้ำพุร้อนทั้ง 8 เดินเที่ยวกัน 2 ชุด (1-6 และ 7-8) ที่นี่เที่ยวง่ายมีเวลาแค่สามสี่ชม.ก็ไปได้ครบแล้วค่ะ

_JIB1825

_JIB1645 _JIB1651 _JIB1661 _JIB1742

_JIB1629-2 _JIB1683

_JIB1751

_JIB1618 _JIB1616 _JIB1607

ขบวนรถไฟในฝัน Yufuin No Mori จาก Beppu to Hakata ต้องจองล่วงหน้ากันเป็นอาทิตย์เลยค่ะ แอดมินจองตั้งแต่ตอนอยู่ฟูกุโอกะกันเลย แต่ถ้าอยากนั่งแล้วจองไม่ทันก็นั่งระยะสั้นจาก Yufuin to Oita หรือ Beppu ได้ค่ะไม่ต้องจองก็มีโอกาสนั่งสูงมากๆๆ ลองมาแล้ว รถว่างมากๆๆเหมือนขบวนส่วนตัวเลย

เราซื้อ JR ใหญ่ไป 14 วัน เวลาจองก็โชว์พาส บอกวันแล้วเค้าก็จองให้เลยค่ะ ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มซักบาท

_JIB1587_Fotor_Collage


Y u f u i n

เมืองนี้คือเมืองที่อยากมาที่สุดในคิวชู ตลอดทริปอากาศไม่หนาวเอาซะเลย มาถึงที่นี่ปุ๊บ อากาศหนาวปั๊บ มีฝนปรอยๆบ้าง ไม่มีแดดแต่มีหมอกงามๆให้ชมกัน บรรยากาศชิลล์เมืองน่ารักมากๆเหมือนที่เรารู้ๆกัน 10 วันในคิวชู ขอบอกดังๆว่าชอบเมืองนี้มากที่สุด

Yufuin 2

ตอนไปได้เห็นใบไม้แดงเหลืองบ้างแล้วแถวๆทะเลสาบ คิวชูมีให้เห็นกันแล้วนะคะ เที่ยวนานเลยกว่าจะได้เห็นกัน

Yufuin 1

เอาให้ชัวร์ ต้องเดินกันสุดทางถึงทะเลสาบกันเลย

_JIB1125
_JIB1110

_JIB1100 _JIB1390 _JIB1223-2 _JIB1238 _JIB1177

_JIB1290 _JIB1238-2

บ๊ายบายคิวชูแล้วค่ะ อยู่กันมา 10 วัน ครั้งนี้เป็นการมาญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 9 แต่เพิ่งมาคิวชูครั้งแรก เกาะนี้สดใหม่และมีอะไรดีกว่าที่คิด ชอบเที่ยวเมืองเล็กๆเงียบสงบไม่พลุกพล่านแบบนี้ เมืองต้องห้ามพลาดของญี่ปุ่นชัดๆ และแม้คิวชูจะไม่ใช่จุดหมายหลักในการมาชมใบไม้เปลี่ยนสี แต่ที่นี่ก็มีอะไรน่าสนใจไม่น้อยค่ะ และทุกเมืองที่ไปล้วนมีเสน่ห์น่าหลงใหลต่างกันไป

ทริปนี้เที่ยวเป็นวงกลมลูปใหญ่ลงใต้ลึกเลย เริ่มจากบินมาโอซาก้า นั่งชินฯไปฮิโรชิมา เกาะมิยาจิมะ ต่อมาฟูกุโอกะ นางาซากิ คุมาโมโต้ คาโกชิม่า มิยาซากิ ยูฟูอินและเบปปุก่อนจะนั่งชินฯไปโอซาก้าในวันนี้ แม้ทริปนี้สภาพอากาศจะไม่อำนวยถ่ายรูปได้ไม่มากแต่ก็สนุกได้รสชาติการเดืนทางไปอีกแบบ การมาเที่ยวคนเดียวที่ญี่ปุ่นมันไม่ยากเลยน่ะ ทุกคนทำได้ เพราะเราเองก็มีข้อจำกัดในการเดินทางมากอยู่ ขอไม่ลุยไม่โหดจนเกินไป ขอกินดีนอนสบายสะอาดสะอ้าน แม้จะชินกับการขับรถเที่ยวมากกว่าเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ แต่เราก็เริ่มชีวิตการเดินทางด้วยการแบกเป้เที่ยว ลุยเดี่ยวหลงไปงมไปแบบนี้ล่ะค่ะ อิอิ


O s a k a

ในส่วนของคันไซ จะไม่บรรยายอะไรมากนะคะ เพราะมันยาวมากกๆๆแล้ว เอาเป็นว่าชมภาพกันเพลินๆไปก่อน ส่วนเนื้อหาจะไปอยู่ในหนังสือที่จะเปิดตัวในงานหนังสือเดือนมีค.นี้

อย่าลืมติดตามกันนะคะ ^^

_JIB2046 _JIB2063 _JIB2122 _JIB2144 _JIB2108-2 _JIB2097 _JIB2092 _JIB2070 _JIB2108 _JIB2227 _JIB2233


A r a s h i y a m a

_JIB2345


_JIB2661-2 _JIB2540 _JIB2325 _JIB2587 _JIB2542 _JIB3085 _JIB2789-2 _JIB2737-2 _JIB2517 _JIB2528 _JIB2489 _JIB2482 _JIB2785-2 _JIB2831-2 _JIB2836-2 _JIB2722-2 _JIB2701-2

arashiyama


K y o t o 

วัดคิโยมิซิ เดระ (วัดน้ำใส)  Kiyomizu Dera คนเยอะมากกกกกตลอดกาล โดยเฉพาะช่วงคิวรอไลท์อัพ ทริปนี้หาที่พักในเกียวโตไม่ได้ เลยต้องนอนที่โอซาก้าแล้วนั่งรถไฟไปกลับทุกวัน ขากลับออกมาเจอคิวคนรอเข้าแล้วอยากจะเป็นลมแทน คิวยาวไปจนถึงสามแยกและยังเข้ามาเรื่อยๆ เกียวโตคนเยอะทุกที่จริงๆๆ

มาเที่ยวแบบนี้วันนึงเดินๆแบกๆรอคิวและถ่ายรูป สำหรับเรา เที่ยวได้อย่างมากวันล่ะ 2 ที่เองค่ะ วัดสวยๆดังๆในเกียวโตยังไม่ได้ไปอีกตั้งเยอะ ขนาดมาครั้งที่ 2 แล้วน่ะเนี่ย ยังไปไม่ถึงไหน มัวแต่เดินถ่ายรูป ไม่เป็นไร ค่อยมาตามเก็บกันอีกรอบ  ^^

_JIB3702 _JIB3707 _JIB3267 _JIB3950 _JIB3407

_DSC5617 _DSC5528 _DSC5538

_JIB3898

_JIB4050

วัด Ei-kan do เกียวโตสวยที่สุดจริงๆ

ตะลึงตั้งแต่หน้าประตู ทางเดิน สวนมุมนั้นมุมนี้ สระน้ำ สะพาน สวยทุกมุมจนตาลายถ่ายรูปไม่ถูกไปไม่เป็นกันเลยค่ะ นั่งรถสาย 5 จากป้าย A1 สถานีเกียวโตมาซัก 20 นาที ฟังประกาศดีๆค่ะ เค้ามีประกาศภาษาอังกฤษ ลงไม่ผิดแน่นอน ^^

อ้อ ใช้ bus day pass 500 เยน คุ้มกว่านะคะ เพราะนั่งเที่ยวเดียว 230 เยนแล้วค่ะ

_JIB3251 _JIB3229 _JIB3256

_JIB3538 _JIB3533 _JIB3499

_JIB3568

_DSC5492 _DSC5500 _DSC5469 _DSC5490

_JIB3583 _JIB3259


N a r a

2 อาทิตย์พอดี วันนี้เป็นวันที่เดินทางทริปญี่ป่นใบไม้แดงมาเป็นวันสุดท้ายแล้วค่ะ  10 วันในคิวชูได้เห็นอะไรมากมายเพราะทุกเมืองคือครั้งแรกของเราเลย เมืองเล็กๆเงียบสงบน่ารักรู้สึกผ่อนคลายไม่วุ่นวาย แต่ก็แทบไม่ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีอย่างที่ตั้งใจ (ก็แน่ล่ะ เพราะคิวชูไม่ใช่จุดหมายหลักในการชมใบไม้เปลี่ยนสีนี่หน่า)

 ส่วนโอซาก้า เกียวโตก็พลุกพล่าน นักท่องเที่ยวมากมายเยอะจนตาลายแต่ก็เป็นจุดที่ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามเป็นครั้งแรกในชีวิต แม้จะผิดไปจากความฝันไว้นิดหน่อยคืออยากไปเที่ยวตามชนบท ขับรถไปเรื่อยๆชมใบไม้แดงเหลืองแถวๆบ้านนอก มาเป็นเที่ยวชมกันในวัดที่คนแน่นขนัด แต่ก็ตื่นตาตื่นใจไม่น้อยค่ะ มีโอกาสต้องจัดทริปตามหาใบไม้แดงตามป่าตามเขากันซักทริปซะแล้ว

มานาราก็ต้องมาวัดไทโคจิ  (Todaiji) สิน่ะ วันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวเยอะแต่น้อยมากๆๆเมื่อเทียบกับที่เกียวโต ค่อยหายใจสะดวกหน่อย อิอิ

_JIB4484 _JIB4543 _JIB4251 _JIB4257 _JIB4262 _JIB4463 _JIB4218 _JIB4649 _JIB4625 _JIB4572 _JIB4498 _JIB4492

ขอจบทริปสว.วัยรุ่นหัวใจฟรุ้งฟริ้งแบกเป้ตะลุยญีปุ่นคนเดียว 15 วัน 11 เมืองไว้ตรงนี้ค่ะ ทริปนี้แม้จะมีวันชิลล์เนื่องจากฝนตกอยู่หลายวันแต่ก็เหนื่อยมากเพราะล้าสะสมมาตั้งแต่ทริปฝรั่งเศส เที่ยวกันยาวนานมาเดือนครึ่ง ทั้งขาทั้งเท้าทั้งไหลทั้งหลังพังหมด ฮ่าๆๆ ไม่ได้เที่ยวต่างแดนคนเดียวนานๆแบบนี้นานมาก หอบหิ้วข้าวของย้ายโรงแรมแทบทุกวัน มือถือแผนที่ ดูตารางรถ นั่งรถไฟต่อรถบัส เดินหาที่เที่ยว เดินหาโรงแรม ระแวงตกรถที่สุดเพราะตกแล้วตกเลย รออีกคันเป็นชม.เสียเวลากันไป

วันนึงเที่ยวได้อย่างมาก 2 ที่ เพราะฉะนั้นต้องจัดเวลาเที่ยวในเวลาที่จำกัด ให้ดี ตกรถไม่ได้ เพราะตกแล้วแปลนรวนทั้งวัน ต้องแบกเป้หนักเป็นหินเกือบสิบกิโลตั้งแต่เช้ายันค่ำ เดินขึ้นเขาลูกนั้น ต่อเขาลูกนี้ เดินกันวันนึงหลายสิบๆกม. เหนื่อยมากแต่ต้องทนเพราะไม่มีใครช่วยแบ่งเบา ฮ่าๆๆ บางครั้งร่างกายมันท้อแล้วแต่ใจมันยังสู้เกินร้อย มันก็ไปต่อได้ เที่ยวจนลืมอายุกันเลย นี่ถ้าย้อนกลับไปสมัยสาวๆ หนุ่มๆสมัยนี้มีอายน่ะ เพราะคุณป้าอึดและถึกมากกกว่าที่เห็นตอนนี้เยอะน่ะ  ฮ่าๆๆ

ไม่ได้เที่ยวฟิลแบบนี้นานเลย แม้เป้าหมายแรกของทริปนี้คือตามหาใบไม้แดงในภูมิภาคที่หายากและโดดเด่นน้อยกว่าที่อื่น แต่เที่ยวไปเที่ยวมาก็ไม่หวังอะไรแล้ว ขอแค่ฝนไม่ตกและไปเที่ยวในที่ๆอยากไปตามเท่าที่เวลาและร่างกายจะอำนวย ได้เห็นอะไรที่แตกต่าง ได้เห็นญี่ปุ่นหลายๆมุม ได้ไปเที่ยวใหม่ๆ ได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างเป็นอิสระเต็มที่ และทำให้เข้าใจคำที่ว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” นี่มันเป็นอย่างไร

จะเป็นอีกหนึ่งทริปในความทรงจำมิรู้ลืมเลยค่ะ ^^


ค่าใช้จ่ายทริปนี้ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและค่าช๊อปปิ้ง

JR pass 14 วัน 13xxx 

ค่าที่พักตลอดทริป 21xxx (พักดีหมดยกเว้น 3 คืนสุดท้ายนอน hostel ที่โอซาก้าคืนล่ะพันสอง)

ค่ากิน + ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ + ค่าเดินทางยิบย่อย ประมาณหมื่นกว่าบาท 

ลิงค์ที่จำเป็นสำหรับทริปนี้

ที่พัก Expedia Thailand   ===>  http://bit.ly/ExpJPatbg5

สายการบิน Thai AirAsia X ==> http://www.airasia.com/th/th/home.page?cid=1

Pocket WiFi ===> http://www.bs-mobile.jp/th

ตารางรถไฟชินคังเซ็น ===> http://www.shinkansen.co.jp/jikoku_hyo/en


ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เที่ยวง่าย ผู้คนน่ารัก อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ มีงบมากก็กินหรูไปเลยของเค้าดีจริงๆ งบน้อยก็ซื้อตอนลดราคาในซุปเปอร์มาเร์เก็ตได้ แต่เอาเข้าจริงๆ ราคาอาหารที่นี่ไม่แพงมากมายนะคะ อาหารญี่ปุ่นบ้านเรายังแพงกว่าด้วยซ้ำ สรุปว่ามาเที่ยวญี่ปุ่น อิ่มตา อิ่มใจ สบายพุงค่ะ ^^

20151118_2026201 20151118_202620_Fotor_Collage 20151127_122350_Fotor_Collage

Facebook Comments

3

 likes / 0 Comments
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec