K h y s h u

คิวชู เกาะนี้กำลังมาและแน่นอนว่ามันมีอะไรดีกว่าที่คิดแน่นอน สำหรับคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นหลายครั้งแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวเมืองเล็กๆเงียบสงบไม่พลุกพล่านบ้าง คิวชูคือเมืองต้องห้ามพลาดของญี่ปุ่นชัดๆ คิวชูเองก็มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่เก่าแก่ไม่แพ้ภูมิภาคอื่น มีธรรมชาติที่สวยงาม การคมนาคมก็สะดวกสะบาย ระบบรถไฟที่คิวชูนี่ก็คือว่าเยี่ยมยอดมาก แถมมีเส้นทางรถไฟสายท่องเที่ยวที่โด่งดังมากมายหลายสายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นขบวนรถไฟเจ้าหญิงสีเขียวแสนสวยอย่าง Yufuin No Mori, ขบวนเด็กน่ารักอย่าง Aso boy และพ่อพระเอกซุปเปอร์สตาร์อย่าง Seven star อันโด่งดังคับญี่ปุ่น ที่ลำพังแต่มีเงินก็ใช่ว่าจะได้นั่งรถไฟขบวนนี้น่ะ แถมยังมีชินคันเซนตัดผ่านด้วยก็ทำให้คิวชูมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาโดนใจนักท่องเที่ยวมากขึ้นทุกปี และแม้คิวชูจะไม่ใช่จุดหมายหลักในการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีก็ตาม แต่ที่นี่ก็มีอะไรน่าสนใจไม่น้อยและทุกเมืองที่ไปล้วนมีเสน่ห์น่าหลงใหลต่างกันไป

แค่มาถึงก็เห็นใบไม้เปลี่ยนสีริมทางสวยงามมากกว่าที่คิดว่าจะได้เจอในช่วงกลางเดือนพย.แล้ว  ยังนึกแปลกใจทำไมปีนี้คิวชูเปลี่ยนสีเร็วจัง บางช่วงบนเขาเหลืองส้มเยอะมาก ร่วงไปแล้วอีกต่างหาก บางจุดนี้เปลี่ยนมากกว่าตอนที่มาหาข้อมูลเขียนหนังสือซะอีก ดี้ดี

image

image image image image

เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ได้นั่งรถผ่านเส้นทางสวยๆตามชนบทระหว่างเมือง เพราะมา 2 ครั้งที่ผ่านมาก็นั่งรถไฟเที่ยวกัน 100% ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้บ้างมันก็ดี และดีมากเพราะเราถ่ายรูปจากบนรถทัน 555 นั่งรถไฟเร็วปรู๊ดๆไม่เคยจับภาพแบบนี้ได้เลย จริงๆน่ะ อิอิ


image



1 . Kitsuki , Oita 

ลงมาฟุกุโอกะก็พุ่งไปเมืองคิตซึกิ จังหวัดโออิตะ ก่อนเลย ได้แต่งชุดกิโมโนเดินเล่นในเมืองสนุกดี เมืองนี้เป็นเก่าแก่ มีปราสาทที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่นด้วยน่ะ ที่เด็ดคือถ้ามาเที่ยวเมืองนี้แล้วแต่ชุดกิโมโน เราสามารถเข้าชมวัดวัง ปราสาท บ้านเก่า พิพิธภัณฑ์ทั้งหมดได้ฟรีเลยน่ะ ไม่ต้องจ่ายค่าเข้ายิบย่อยทีล่ะห้าร้อย แปดร้อยอีก ดีงามมาก


ชุดที่เช่าราคา 3000 เยน กระเป๋า ต่างหาก 100 เยน เป็นร้านกิโมโนที่แต่งตัวละเอียดดี ลายผ้าก็สวย ร้านใหญ่ มีห้องแต่งตัวเป็นเรื่องเป็นราวเลย จากร้านเดินเล่นไปปราสาทได้เลย ผ่านเส้นเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยบ้านโบราณย้อนยุค กำแพงหิน กำแพงไม้สวยๆ พิพิธภัณฑ์ บ้านซามูไร เดินขึ้นลงเนินสวยๆ งานนี้ต้องแต่งกิโมโนเท่านั้นถึงจะฟินเพราะรับรองว่าได้เดินถ่ายรูปกันเพลินแน่นอน เมืองนี้อารมณ์คล้ายๆลิตเติ้ลเกียวโตของคิวชูได้เลย
ใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นหลายครั้ง แล้วไปแต่ที่เดิมๆ ลองหาโอกาสลงมาเที่ยวคิวชู คนไทยยังมาไม่มาก ยิ่งเมืองเล็กเมืองน้อยแบบนี้ยิ่งไม่มี มาเปลี่ยนบรรยากาศกันก็ได้อีกอารมณ์น่ะ

IMG_0725

image image image

FullSizeRender 58 image imageFullSizeRender 71

image

“แต่งกิโมโนเดินเล่นดีกว่า “

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าใส่กิโมโนแล้วเดินเล่นมีความสุขจัง ชุดนี้จะเป็นชุดมาเรีย เดอะ​ซีรีย์ กิโมโนกันยาวๆ โทษฐานที่ใส่คราวนี้แล้วชอบมาก อิอิ  ค่าเช่าชุดใส่สองชั้นที่นี่แค่ 3000 เยน ใส่เดินได้ทั้งวันจ้า แถมบรรยากาศเมืองก็เป็นใจซะงั้น ฟินมั้ยล่ะ

เห็นชุดนี้ที่หน้าร้าน คืออยากได้เลย แต่ชุดนี้เอาไว้โชว์อย่างเดียว เอาคล้ายๆก็ได้ ….​ข้างล่างเลย อิอิ

image

สีแดงเหมือนกัน พอได้ อิอิ

IMG_0736 image image

image
image

image image image

 

IMG_0765
23334244_1574426095913491_2075843286839069677_o IMG_0732 IMG_0729

 

image

FullSizeRender 59
FullSizeRender 69
image
image

FullSizeRender 68


2. สวนส้ม Sekiguchi Kanko noen

せきぐちかんこう
のうえん
関口観光農園

สวนส้ม Sekiguchi Kanko noen ที่เมือง Kitsuki จังหวัด Oita เมืองนี้เค้าดังเรื่องส้ม สวนส้มเพียบ

สายส้มต้องห้ามพลาดกันเลย ไปเก็บไปกินไปอยู่ได้ทั้งวันก็แค่คนล่ะ 500 เยน ถ้าจะซื้อกลับ กก.ล่ะ 200 เยน ลูกดกเต็มต้น ตาลายเก็บไม่ถูกเลยล่ะ

การเดินทางให้ง่ายคือนั่งแท๊กซี่ไปจากสถานีรถไฟ Kitsuki

23509314_1575305705825530_2894418216420740691_o

23415198_1575305892492178_100734624443017824_o 23511269_1575305889158845_8789964377917769607_o 23466995_1575305832492184_472942483134173027_o 23509258_1575305812492186_3884831164319767818_o 23509256_1575305819158852_8210828876532558080_o 23415173_1575305695825531_8817678242161052774_o 23406100_1575305699158864_8895690499013233560_o 23550219_1575305702492197_3582414427444132711_o


3. Hita , Oita

วันที่ไป เค้ามีงานจุดเทียนไม้ไผ่ เทศกาล天領まつり Tenryomatsuri ครั้งที่38 ตอนกลางคืนพอดี น่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ แต่ก็ได้ชมเทศกาลแห่ตอนกลางวันแทน น่ารักน่าสนุกอบอุ่นไปอีกแบบ

แต่อยากมางานแห่นี้ที่สุด

23511372_10154822041026400_8822699676118661541_o 23509255_10154822043531400_8334430705064309796_o 23511073_10154822043521400_6416119797319812994_o 23456367_10154822043386400_2134444951528903311_o 23415271_10154822043376400_5868783178470243745_o 23415234_10154822042001400_59938356199097853_o 23415543_10154822041996400_6473981960173727737_o

Collage_Fotor คิวชู 23467330_10154822041251400_1829642200772721434_o 23467453_10154822041156400_6905348804601120700_o
23415424_10154822041011400_2967506695154180513_o

 


 

4. Kurokawa onsen (คุโรคาวะ ออนเซ็น)

เมืองแห่งออนเซนแห่งคิวชู เป็นหมู่บ้านออนเซนน่ารักๆที่มีชื่อเสียงมากเมืองหนึ่งของญี่ปุ่น อยู่ตอนกลางของคิวชู ประมาณ 20 กิโลเมตรทางตอนเหนือของภูเขาอาโซะ เมืองคุมาโมโตะ ไปเดินเล่นได้ฟิลประมาณยุฟุอินแต่อยู่บนเขา เป็นเมืองที่ยังคงความดั้งเดิมของหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณและธรรมชาติที่สวยงามเอาไว้ได้มาก สภาพอาคารบ้านเรือนต่างๆยังคงสภาพเดิมๆที่สร้างจากไม้และหิน โดยมีทางเดินไม้และหิน ไปตามลำธารน้ำไหล คุโรคาวะ ออนเซ็นเป็นหมู่บ้านในป่าที่เดินเที่ยวได้ง่าย และเงียบสงบ มีสโล๊ปทางเดินขึ้นลงเขาบ้าง แต่ให้อารมณ์ความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง มีเรียวกังน่าพักมากมาย มีร้านรวงให้เดินเล่นจับจ่ายเยอะแยะไปหมด มีลำธารน้ำตก เดินเพลินดี ที่สำคัญมีคูปองที่เราสามารถแลกขนม ไอศครีม เครื่องดื่มหรือจะสปาปลาได้ฟรีจากร้านค้าต่างๆที่เข้าร่วมโครงการด้วยน่ะ

image image
image image image image image image image image image

ตอนไปใบไม้ยังไม่ค่อยเปลี่ยนสีเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าสวยงามมากแล้ว ถ้าไปช่วงที่เค้าเปลี่ยนสีทั้งภูเขาต้องสวยงามกว่านี้แน่นอน

image

23509311_10154824663516400_2995786554422264902_o 23551096_10154824663471400_7093803732412612835_o

FullSizeRender 341 23456414_10154824663361400_1748649456308594168_o

FullSizeRender 343

23592125_10154824663326400_3651905440368399142_o 23456295_10154824663106400_3747041359174963907_o 23551115_10154824663121400_5691227297198360418_o image

 


 

5. จุดชมวิวยอดเขาไดคันโบ (Daikanbo)

เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของภูเขาไฟอะโซะ (Aso) ที่มีวิวของภูเขาอาโซะ(Aso)และคูจู(Kuju) ที่มองแล้วคล้ายกับพระกำลังนอนอยู่
จุดนี้ต้องขับรถหรือมาแท๊กซี่เท่านี้น แต่บอกเลยว่าคุ้ม เป็นเส้นทางขับรถที่สวยงามสุดๆ วิวรอบทิศทาง 360 องศา ช่วงนี้เป็นทุ่งดอกหญ้า ช่วงบ่ายแดดสวยโรแมนติคมากๆ อากาศก็กำลังเย็นสบาย สิงองศานิดๆ มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นจุดที่มีคนน ยมขึ้นมาชมดาวกันด้วยน่ะ

 

image

IMG_1501 2 FullSizeRender 339 FullSizeRender 332 FullSizeRender 363 FullSizeRender 330 FullSizeRender 346 FullSizeRender 359 FullSizeRender 338 IMG_1400 IMG_1397 IMG_1389


 

S a g a 

มาซากะครั้งแรก แต่ได้ทำอะไรเยอะแยะ ทำดอกไม้ไฟเล่นเอง ได้ไปวัดยูโตคุอันโด่งดังอยากไปมาตั้งแต่ทริปมาแบกเป้เที่ยวคิวชูวงใหญ่ปี 15 ได้ไปเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี Light up ที่ Mifuneyama Rakuen (อาทิตย์หน้าคือแดงพีค) และนอนที่เรียวกังที่เริ่ดที่สุดจนต้องพูดถึง คือ ogiya Ryokan ที่เดินเข้ามาในห้อง เค้าเปิดเพลงแจ๊สรอไว้แล้ว มีเตาผิงไฟและมีอ่างออนเซนกลางแจ้งส่วนตัวที่ปรับอุณหภูมิได้อยู่ในห้องจร้าาา อ้อ อาหารมื้อเย็นคือสุโค่ยยย ทุกอย่างดีมาก แต่เค้ามีห้องแค่ 7 ห้องเอง น้อยไปนิด

 

6. วัด Yutoku Inari 

 

image

IMG_2013 FullSizeRender 329 FullSizeRender 352
image
image

 

เรียนวิธีทำดอกไม้ไฟด้วยเองสนุกมากๆ ลุ้นทุกขั้นตอน ฮาตอนที่ทำออกมาแล้วมันสั้นกุดไม่เหมือนชาวบ้านเค้าแต่ลุ้นสุดก็ตอนที่มันจะจัดได้มั้ย ซึ่งมันเวิรค์ทุกดอกบอกเลย !!

image

 


 

7. ชมใบไม้เปลี่ยนสี ประดับไฟตอนกลางคืนที่ Mifuneyama Rakuen 


imageimage
image

imageimageimage


 

8.  Ogiya Ryokan (โอกิยะ เรียวกัง)

ทริปนี้กินดีอยู่ดีนอนสวยทุกคืน แต่อยากจะพูดถึงเป็นพิเศษก็ที่นี่เลย Ogiya Ryokan (โอกิยะ เรียวกัง) เมืองทาเคโอะ (Takeo) จังหวัดซากะ เป็นเรียวกังเล็กๆที่เริ่ดมากคือเดินเข้ามาเปิดเพลงแจ๊สรอ มีเตาผิงไฟและมีอ่างออนเซ็นกล้างแจ้งส่วนตัวในห้อง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีออนเซ็นส่วนตัวในห้อง อารมณ์ประมาณนอนห้องพูลวิลล่ากันเลยทีเดียว และอาหารมื้อเย็นของเค้าก็คือสุโค่ยยย ทุกอย่างดีมาก แต่เค้ามีห้องแค่ 7 ห้องเอง น้อยไปนิด

 

imageFullSizeRender 360

imageimage

imageimage23592202_1577131888976245_4342020511934469151_o 23551114_1577131885642912_2463320010325340727_o 23551084_1577131825642918_8450014010620302600_o

อ่างแช่ออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัวในห้องเลย ดีงามพระรามแปดชอบที่สุด !!

image


9. Karatsu (คาระซึ)

เมืองสวยอีกเมืองที่ซากะ คิวชู จังหวัดที่หลายคนมองข้าม เมืองคาระซึอยู่ห่างจากฟุกุโอกะไม่ถึงชั่วโมง มีปราสาท Karatsu หรือปราสาทนกกระเรียนร่ายรำแห่งคิวชูอันโด่งดังด้วยสถาปัตยกรรมที่คงเดิมมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ที่นี่สวยงามมากในช่วงซากุระบานเดือนวิสทีเรียได้ในฤดูใบไม้ผลิอีกด้วยน่ะ (รูปวิสทีเรียถ่ายจากโปสเตอร์ค่ะ)
เวลาเปิด-ปิด: 09:00-17:00 น.
ค่าเข้าชม: 400 เยน
การเดินทาง: จากสถานี JR Karatsu นั่งรถบัสลงป้าย Karatsujo-iriguchi
นั่งรถผ่านป่าสนดำที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจไป Kagamiyama ซึ่งเป็นจุดชมเมืองพาโนราม่าที่สวยงาม แอบเห็นมีต้นซากุระอยู่เยอะเลย ช่วงหน้าซากุระบานต้องสวยมากแน่นอน อ้อ ที่นี่มีทุ่งดอกไฮเดรนเยียร์ช่วงหน้าฝนด้วยน่ะ เคยเห็นรูปอยู่ สวยไม่เบาเลย
อ้อ แถวนี้มีเมืองเล็กๆที่มีชื่อเสียงในเรื่องเครื่องเคลือบดินเผาระดับโลกเลยน่ะ คือ Imari และ Arita ข้าวของใช้เซรามิกของที่นี่ส่งออกไปทั่วโลกจนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก แวะไปชมงานศิลปะเครื่องเคลือบที่นี่ เห็นราคาและสะดุ้ง ราคาสูงระดับไฮเอน ขนาดที่รองแก้วราคายังสี่ห้าหมื่นเยนต่อชิ้นน่ะจ๊ะ งานราคาหลายแสนเยนมีเยอะ เป็นล้านก็มี ใครชอบแนวนี้ไม่ควรพลาดน่ะ

 

FullSizeRender 337 IMG_2206
23511482_1578242818865152_8861477555845530298_o 23550251_1578240745532026_6451677545344112136_o 23511424_1578240472198720_8003210756782274489_o

image
image image image image


image image

 



10. สวนซุยเซนจิ (Suizenji) 
Kumamoto 

เพราะโลกมันกว้าง คนข้างๆจึงสำคัญ

และจะสำคัญมากถ้าไปเดินเล่นชมสวนซุยเซนจิ (Suizenji) สวนญี่ปุ่นแสนสวยที่ติดอันดับ 1 ใน 3 สวนญี่ปุ่นที่ควรค่าไปเยี่ยมเยือนที่อยู่ใจกลางเมืองคุมาโมโตะ เพราะไม่งั้นไปนั่งจิบชาชมสวนคนเดียวเหงาแน่ๆๆ^^ มาลองสัมผัสวิถีเซน ลองสโลว์ไลฟ์นั่งจิบชากลางสวน แล้วใช้ชีวิตแบบคนญี่ปุ่นกับบ้าง ซึ่งที่นี่เป็นสวนญี่ปุ่นที่มีแลนด์สเคปสวยมากๆอยู่กลางเมืองคุมาโมโต้เลยค่ะ

การเดินทาง ในคุมาโมโต้ง่ายที่สุดในจักรวาล City tram หรือรถรางของเมืองซึ่งมีอยู่แค่ 2 สายคือ A และ B จะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองหมด เช่นสวน Suizenji นี่ก็นั่งรถสาย A จากหน้าสถานีรถไฟ (ป้าย 3) ไปป้ายที่ 18  สถานีซุยเซนจิ โคเอน(Suizenji Koen) หรือ ไปปราสาทคุมาโมโต้ก็ลงที่ป้าย 10 ส่วนขากลับก็นั่งสาย A กลับมาสถานีป้าย 3 อีกเช่นกัน

หรือนั่งรถไฟ JR สาย Hohi ไปลงที่สถานี Shin-Suizenji แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

ข้อเสียของรถรางคือมันวิ่งช้าและส่วนมากมีตู้เดียว เพราะฉะนั้นคนเยอะและการเดินทางมันไม่รวดเร็วฉับไวเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆในญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยกันนะคะ ค่าโดยสารต่อเที่ยว 150 เยน แต่แนะนำให้ซื้อ Day pass ซึ่งมีหลายแบบ ซึ่งแบบวันล่ะ 500 เยนก็ครอบคลุมจุดท่องเที่ยวใน 1 วันแล้วค่ะ

JIB_1068


image image

JIB_0883 JIB_0851 JIB_0898

image image image image

ร้านนี้ชาเขียวอร่อยมากกกกกกกกกก ทำเลดีงามเพราะอยู่ริมน้ำในสวน Suizenji  เลย

เป็นอีกช่วงเวลาที่นั่งชิลล์ ไป ชิบชาไป ชมวิวไป ชิลมากมาย

image

image

image

image

image image image image

 


12. ปราสาทคุมาโมโตะ ( Kumamoto Castle) ในวันนี้

ปราสาทคุมาโมโตะ ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทที่แข็งแกรงที่สุดในญี่ปุ่นและยังถือเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่สวยงามสง่าที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะไม่มาเยี่ยมชมที่นี่ถ้ามาถึงเมืองนี้ แต่ในวันนี้ วันที่กลับมาเยือนคุมาโมโตะอีกครั้ง เห็นปราสาทคุมาโมโตะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อเดือนเมษายน ปี 2016 ก็รู้สึกสะเทือนใจมาก แม้ปราสาทที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดก็ยังพ่ายแพ้ต่อภัยธรรมชาติ กว่าจะกู้ซากและบูรณะให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนก็ต้องเวลาเวลายาวนานแบบประเมินกันไม่ได้เลยทีเดียว ขนาดเราเป็นแค่นักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือนที่นี่ยังรู้สึกเศร้ากับความสูญเสียในครั้งนี้ คนเมืองคุมาโมโตะเค้าคงรู้สึกมากกว่าเราหลายเท่านัก

การเดินทางจากสถานี Kumomoto-eki mae   ด้วยรถบัส Kumamoto Castle Loop Bus ให้ลงที่ป้าย Kumamoto-jo mae  ใช้เวลาประมาณ 10 นาที รถจะจอดที่ฝั่งตรงข้าม ให้เดินตามป้ายบอกทางหรือฝูงชนก็จะไม่มีหลงแน่นอนค่ะ

ปราสาทคุมาโมโตะก่อนเจอแผ่นดินไหวปีที่แล้ว

JIB8968

ปราสาทคุมาโมโตะในวันนี้ เศร้าจัง

JIB_1129 JIB_1131 JIB_1234 JIB_1134 JIB_1139


JIB_1204
JIB_1098 JIB_1101

JIB_1345 JIB_1106 JIB_1108 JIB_1190 JIB_1118 JIB_1124

ซากก้อนหินจากปราสาทได้รับการวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบพร้อมกันหมายเลขบนก้อนหินแต่ล่ะก้อน ทราบมาว่าก้อนหินทุกก้อนมีพิกัดตำแหน่งที่ตั้งเดิมก่อนพังทลายเอาไว้ เค้าเขียนเลขไว้เพื่อจะได้รู้ว่าก้อนหินก้อนไหนอยู่ตำแหน่งเดิมยังไง การประกอบกลับก็เหมือนต่อจิกซอว์ที่ต้องวางตรงตำแหน่งที่ถูกต้องถึงจะประกอบกันเป็นภาพที่สมบูรณ์ได้ ก็ลองนึกภาพว่าเค้าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะบูรณะปราสาทคุมาโมโตะแห่งนี้ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้?

และนี่คือวิธีคิดที่ละเอียดอ่อนของคนญี่ปุ่น ทุกอย่างต้องถูกต้องที่สุดจริงๆ กราบเลยก็ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทุกคนด้วยล่ะกัน

JIB_1143 JIB_1148 JIB_1182 JIB_1230 JIB_1197
JIB_1216 JIB_1212 JIB_1224 JIB_1269 JIB_1361 JIB_1348


13.  ชิมซาชิมิเนื้อม้า ที่ร้าน ร้าน Shiromi Yagura คุมาโมโตะ

ทานชาบูกับซาซิมิเนื้อม้าครั้งแรกในชีวิต มันดีกว่าที่คิดไว้มาก

เนื้อม้าหนึบกรุบๆกล้ามเนื้อแน่นๆเน้นๆ อร่อยมากๆๆ ร้าน Shiromi Yagura วิวเทพมาก ห้องส่วนตัวกระจกเน้นๆวิวปราสาทคุมาโมโตะแบบติดขอบรั้วเลย

ชุดนี้ราคาแปดพันกว่าเยน ใครมาแถวนี้ต้องชิมน่ะ อร่อยมากกๆๆ

23509119_10154822468806400_5458770014222453506_o

23415557_10154822473521400_5513179512001173563_o 23456261_10154822468946400_2198508186084146867_oCollage_Fotor


14.  F u k u o k a  Light Illumination 

โชคดีมาก ถามๆๆดูถึงรู้ว่า Light illumination ที่หน้าสถานี JR ฮากาตะเค้าเปิดวันแรกเมื่อวาน ทานข้าวเสร็จรีบไปเลย และเค้าจะจัดไปจนถึงราวกลางมค.น่ะ

ไม่ได้เอาเลนส์มุ้งมิ้งมาแต่เทเล NIKKOR 70-300mm f/4.5-5.6E ED VR ตัวใหม่ก็พอได้น่ะ เล็ก เบา โฟกัสเร็ว คมดีเหมาะหอบหิ้วมาเที่ยวแบบนี้ล่ะ เห็น F5.6 นี่ยังจัดโบเก้มาได้พรึ่บน่ะรู้งี้แบกฟิกส์ 1.4 ไปดีก่า

FullSizeRender 328 FullSizeRender 357 FullSizeRender 342 FullSizeRender 358 FullSizeRender 354 FullSizeRender 340 FullSizeRender 351 FullSizeRender 356 FullSizeRender 336 FullSizeRender 361
FullSizeRender 331 FullSizeRender 349 IMG_2672

Collage_Fotor สlight


 

15. สวนโอโฮริ (Ohori Park)  และ  วัดโทโชจิ ( Tochoji )

โอโฮริ พาร์คเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางฟุกุโอกะ ที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง โดยจะมีทางเดินรอบๆสระน้ำ เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมืองมีหลากหลายกิจกรรม ทั้งวิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน นั่งชมวิวบริการเรือถีบ เรือพาย เดินเล่นชิลล์ๆ บ้างก็จูงน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่น อารมณ์ประมาณสวนลุมของกรุงเทพ

ภายในบริเวณสวนมีหลายสถานที่น่าสนใจให้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นสะพานปูนกลางน้ำที่เดินเล่นไปบนเกาะกลางสระน้ำได้ ศาลาหกเหลี่ยม  พิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือศาลเจ้า Gokoku

เค้าว่ากันว่าที่นี่เป็นจุดชมซากุระหลากสายพันธุ์บานที่สวยมากแห่งหนึ่งของเมืองเลยน่ะ ใครมีโอกาสมาเที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ผลิก็อย่าลืมแวะมาชมซากุระบานแล้วเก็บภาพมาฝากกันด้วยน่ะ เพราะไม่รู้จะมีโอกาสกลับมาในช่วงนั้นมั้ย

การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสถานี Ohori Koen ทางออก 3 เดินตรงไป ทางเข้าสวนอยู่ซ้ายมือ

JIB_2565 JIB_2587 JIB_2536 JIB_2540 JIB_2535 JIB_2505 JIB_2485 JIB_2417 JIB_2459

วัดโทโชจิ เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ด้านในยังมีวิหารที่มีพระพุทธรูปนั่งทำจากไม้แกะสลัก สูงถึง 10.8 เมตรและหนักมากกว่า 30 ตัน ว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปนั่งทำจากไม้ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นใช้เวลาสร้างนานถึง 4 ปี และเป็นที่รู้จักกันว่า ฟูกุโอกะ ไดบุสสึ (Fukuoka Daibutsu)หรือพระใหญ่แห่งฟูกุโอกะ น่าเสียดายที่เค้าไม่อนุญาติให้เก็บภาพ เลยไม่มีภาพมาฝากกันแต่เข้าไปชมแล้วสวยงามใหญ่โตสมราคา ใครที่ไปเที่ยวฟุกุโอกะ อย่าลืมแวะไปชมกันด้วยตัวเองน่ะ เพราะไม่มีรูปออกมาจากนักท่องเที่ยวปรกติแน่นอน ^^

วัดโทโชจิ ตั้งอยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟใต้ดินกิออน (Gion)

เข้าชมฟรี ตั้งแต่เวลา 09:00 ถึง 17:00

JIB_2386 JIB_2353 JIB_2341 JIB_2338 JIB_2351 JIB_2382
JIB_2401

JIB_2387

และ Canal City  ที่อยู่หน้าโรงแรมในคืนสุดท้าย เชื่อเถอะว่า ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่มาคิวชูแน่นอน !!



JIB_2917 JIB_2922

Facebook Comments

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec