⛄ ❄ ฮอกไกโด ฤดูหนาว อีกครั้ง  ⛄ ❄

ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต ก็ฮอกไกโด ฤดูหนาว ….. เที่ยวญี่ปุ่นครั้งล่าสุด ก็ฮอกไกโด ฤดูหนาว  ที่เราเพิ่งไปช่วงปลายเดือนกพ.ที่ผ่านมานี่เอง และเป็นการไปเที่ยวญี่ปุ่นที่บรรยากาศและอารมณ์ไม่เหมือนไปเที่ยวทุกครั้งเพราะเราไปเที่ยวช่วงที่ไวรัสโควิด19 กำลังเริ่มระบาดในประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นพอดี ตอนไปเที่ยวก็ต้องระมัดระวังตังเอง ดูแลสุขภาพและป้องการสุดชีวิต ใส่หน้ากาก ล้างมือด้วยเจลจนเปื่อย จำได้ว่าวันที่กลับไทยคือวันที่ 27 กพ.​ มีคนติดเชื้อที่ญี่ปุ่นแค่ 220 คน แต่คนตื่นตระหนกกันมากเพราะมีเคสลุงป้าที่กลับจากฮอกไกโดพอดี ตอนนั้นกลับมาก็กักตัว 14 วัน มาถึงวันนี้ทั่วโลกติดเชื้อกันหกแสนกว่าก็ยังกักตัวไม่เสร็จ แง

โลกที่สวยงามของเราพลิกผันแปรเปลี่ยนไปในระยะเวลาแค่สองสามเดือน ธุรกิจการท่องเที่ยวพัง ผู้คนไม่เดินทาง สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน โรงแรมปิด ทริปเท ร้านอาหารปิด อุทยานแห่งชาติปิด เราต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ออกจากบ้านให้น้อยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงทั้งปวง และไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตกันเหมือนเดิมอีกครั้ง และแน่นอนว่าไม่รู้ว่าเราจะได้กลับไปเที่ยวญี่ปุ่นกันอีกครั้งเมื่อไหร่เช่นกัน แต่การที่เราอยู่บ้านแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าความฝันของเราจะดับไป ชีวิตต้องมีหวัง เราอยู่บ้านหาข้อมูลเตรียมพร้อมไว้เผื่อว่าวันหนึ่งเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย เราก็จะกลับมาสานฝัน ทำสิ่งที่เรารักและออกไปเห็นโลกกว้างอย่างใจปรารถนาได้ดังเดิม ^^

ฮอกไกโดครั้งที่ 8

ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่กว้างประมาณ 20%  ของประเทศ เป็นภูมิภาคที่ถูกจริตเราเป็นที่สุด เป็นคนชอบหิมะแล้วหิมะที่นี่ก็ละเอียดนุ่มป่นเป็นแป้งสวยที่สุด เราชอบความสวยงามเงียบสงบไม่พลุกพล่านของธรรมชาติที่สวยงามหลากหลาย ถ่ายรูปสนุก ทั้งทะเล ภูเขาสูง ดอกไม้งาม น้ำดี นมดี ชีสอร่อย ขนมของฝากชื่อดังอันดับต้นๆสำหรับคนไทยก็มาจากที่นี่ แถมอาหารทะเลสดอร่อยเป็นที่สุด

ฮอกไกโดสวยงามทุกฤดู แน่นอนเรามาเที่ยวช่วงฤดูหนาวบ่อยที่สุด ฤดูร้อนดอกไม้สวย ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีตระการตาสวยงามที่สุด แต่ยังไม่เคยไปเที่ยวช่วงซากุระบานเลย แบบนี้ ต้องหาโอกาสไปซักครั้งแล้วล่ะ ปีหน้าฟ้าใหม่ หวังว่าเราจะได้เจอกัน ซากุระ ฮอกไกโด 🌸

ครั้งนี้เป็นครั้งที่มาเที่ยวฮอกไกโดที่ออกจะดูเงียบเหงาไปซักหน่อย เพราะสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ที่เราไป แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย แม้แต่ถนนคนเดินทานุกิโคจิ (tanukikoji) ที่ปรกติจะคร่าคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวขาช๊อปมากมาย แค่คราวนี้มันเงียบลงมากๆจริงๆ มองรอบๆตัวแล้วมันก็ใจหายมาก  ร้านค้าร้านรวงเงียบเหงาไปถนัดตา แทบไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้ในการมาญี่ปุ่นเกือบ 30 ครั้งเลย อยากเห็นบรรยากาศที่คึกคักครื้นเครง นักท่องเที่ยวเที่ยวกันอย่างมีความสุขกลับมาอีกในเร็ววันจัง ^^

1. Takino snow world

ทาคิโนะ สโนว์เวิลด์ (Takino snow world) หิมะตกสวยม้ากกกก ^^  อันนี้จริงๆนอกแปลนเพราะจริงๆไปเรียนเล่นสกีครึ่งวันที่อื่น แต่หิมะตกหนักจนทางปิด ขึ้นเขาไม่ได้ เลยมาเดินเล่นแบ๊วๆที่นี่แทน

ที่นี่อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทาคิโนะ ซูซูรัน ฮิลล์ไซด์ (Takino Suzurun Hillside national park) ช่วงฤดูหนาว จะเปลี่ยนเป็น Takino Snow world เพราะฉะนั้นค่าเข้า ค่าเล่นอะไรจึงถูกกว่าที่อื่นมาก ที่นี่มีพื้นที่เล่นสกีและสโนว์บอร์ดที่เหมาะกับผู้หัดเล่นมือใหม่และมี Snow Tubing หรือห่วงยางเลื่อนหิมะ โดยลาน Tube sled ของ TAKINO SNOW WORLD เค้าว่ามีความยาวมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นกันเชียว

ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงวันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม เวลา 9:00-17:00 น.
ฤดูร้อน ช่วงวันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม เวลา 9:00-18:00 น.
ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงวันที่ 1 กันยายน – 10 พฤศจิกายน เวลา 9:00-17:00 น.
ฤดูหนาว ช่วงวันที่ 23 ธันวาคม – 31 มีนาคม เวลา 9:00-16:00 น. ==> เข้าฟรีเฉพาะฤดูหนาว

ถึง วันที่ 31 มีค.ปีหน้าใครเล็งไว้ จัดไปจ้า

Takino Suzuran Hillside National Government Park (国営滝野すずらん丘陵公園)

ที่อยู่ : Takino 247, Minami-ku, Sapporo, Hokkaido Prefecture 005-0862

http://www.takinopark.com.e.bn.hp.transer.com/





2. โจซังเค ออนเซน (Jozankei Onsen) 

ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ(Shikotsu-Toya National Park) สามารถเดินทางมาได้อย่างสบายๆ เพียง 1 ชั่วโมงเศษจากตัวเมืองซัปโปโรด้วยรถยนต์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งหนึ่ง ในฤดูหนาวหิมะตกสวยงามเหมือนหมู่บ้านในเทพนิยาย แต่แอบรูปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่สวยสะพรึงเลยน่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาอีกครั้งในช่วงกลางเดือนตค.ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุด ที่นี่มีโรงแรมเรียวกังมากมายนับสิบแห่ง มีร้านอาหาร ร้านค้า มีศาลเจ้าสวยงาม ถ้ามาแบบไม่ค้างก็จ่ายค่าแช่ออนเซ็นตามโรงแรมได้ ราคาอยู่ที่ประมาณ  500-1,500 เยน และยังมีบ่อแช่เท้าฟรีที่สามารถพบได้ทั่วเมือง แถมสามารถซื้อไข่ไปต้มแล้วเอากลับไปทานได้อีก

http://jozankei.jp/en/

Jozankei Shrine ศาลเจ้าโจซังเค


 JOZANKEI ONSEN HOTEL SHIKA NO YU

เป็นโรงแรมขนาด 170 ห้อง มีห้องพัก 6 แบบ ตั้งอยู่ตรงกลางของโจซังเค มีภูมิทัศน์ที่สวยงามตลอดปี มีออนเซนหลายห้อง ทั้งอินดอร์และเอ้าท์ดอร์ แถมยังมีห้องออนเซส่วนตัวอีกด้วยน่ะ แช่คนเดียวก็เป็นส่วนตั๊วส่วนตัวสบายมากๆ

ที่อยู่ : Nishi 3-32 Jozankei Onsen, Minami-ku, Sapporo-shi, Hokkaido 061-2303

เวบ : https://shikanoyu.co.jp/en/shikanoyu/


ห้องแช่ออนเซ็นส่วนตัว สะดวกสบายมากๆๆ พร้อมข้าวชองเครื่องใช้อุปกรณ์อาบน้ำครบครัน ดีงามมากๆๆ

ห้องนอนขนาดใหญ่ กว้างขวาง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นกว้างเลยล่ะ

วิวจากห้องพักก็สวยงามกว้างไกล

เดินไปต้มไข่ในบ่อต้มใกล้โรงแรมได้ฟรี แต่ต้องแวะซื้อไข่จากร้านค้าแถวนั้นก่อน

เคยเห็นภาพที่นี่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ถือว่าสวยงามจี๊ดมากๆ พูดไปเมื่อไหร่จะได้เที่ยวอีกเนี่ยยยย เกลียดไอ้โควิดนี่จัง อิอิ


สวนโจซังเค เก็นเซ็น (Jozankei Gensen Park)  มีบ่อแช่เท้าให้แช่กันฟรีๆ แต่ตอนไปหิมะตกสลับกับฝน เปียกไปหมด เลยไม่ได้นั่งแช่ เสียดายเหมือนกัน


ประสบการณ์ใหม่ นั่งรถบัส Chuo Bus  (Hokkaido Regular sightseeing tour) เดย์ทริปเที่ยวนอกเมืองกัน

ราคาช่วง 16-29 กพ.63 อยู่ที่ 7200 เยน สำหรับผู้ใหญ่และ 5,050 เยน สำหรับเด็ก ราคานี้รวมอาหารเที่ยงและค่าเข้าชมสวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซันด้วย ทัวร์แบบนี้เหมาะสำหรับคนที่เดินทางมาคนเดียว ไม่ได้เช่ารถ เที่ยวแบบนี้สะดวกสบายกว่ามาก นั่งเป็นคุณนายจอดตามป้าย เที่ยวได้หลายที่ ไฮไลท์ทั้งนั้น แถมราคาไม่แพง โปรแกรมมีหลากหลาย ดูรายละเอียดโปรแกรมได้ที่ http://teikan.chuo-bus.co.jp/en/

แถมบนรถมีหูฟัง พร้อมคำบรรยายภ.อังกฤษ ฟังได้เพลินๆ ได้ความรู้ด้วย แต่เราเน้นนอน เลยไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่ 5555

ที่อยู่: ญี่ปุ่น 〒060-0005 Hokkaido, Sapporo, Chuo Ward, Kita 5 Jonishi, 2 Chome, 札幌エスタ 2階

โทร : 011-231-0500 /  เปิด : 7:30 – 18:00

 โปรแกรมที่เราไปตามนี้ค่ะ

08:35 รถบัสออกจากสถานีซัปโปโร (Supporo station bus terminal) ➡ Lake shikotsu Lakeside (มีเวลาให้ 30 นาที) ➡ Hokkaido mushroom kingdom Otaki shop (แวะ 25 นาที)  ➡ แวะทานข้าวที่โรงแรม Toyako Manseikaku hotel lakeside terrace (พักผ่อนริมทะเลสาบโทยะ รวม 1.25 ชม.)  ➡ Showa Shinzan Bear Farm (1 ชม.)  ➡ Sairo Observatory (15 นาที)  ➡ Jozankei onsen (ผ่าน) กลับถึงสถานีรถบัสซัปโปโรประมาณ 18:30

เคาท์เตอร์หน้าตาเป็นแบบนี้เลย

 ( 3-8 เป็นสถานที่ตามโปรแกรมค่ะ )

3. shikotsu-Toya national park

Shikotsu-Toya National park เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งชื่อจากทะเลสาบชื่อดัง 2 แห่ง คือ ทะเลสาบโทยะ และ ทะเลสาบชิคตสึ ซึ่งทั้งสองรวมเรียกว่าทะเลสาบ Caldera ที่ก่อตัวขึ้นมาจากรอยแยกของเปลือกโลกหลังจากเหตุภูเขาไฟระเบิด และภูเขา Showa Shinzan เป็นภูเขาลูกใหม่ที่มีการก่อตัวตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2486 ถึงเดือนกันยายน ปี พ.ศ.2488

Shikotsu-Toya National park ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่เข้าถึงง่าย มาง่ายที่สุดจากซัปโปโร ที่นี่มีกิจกรรมสนุกๆมากมายทั้งเดินป่า กิจกรรมกลางแจ้งต่างๆไปจนถึงแช่ออนเซ็น (ในโซนของโนโบริเบ็ทสึ และ โจซังเค) แถมยังเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสวยงามทางธรรมชาติเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮอกไกโดเลยค่ะ




4. ร้าน คิโนโกะ โอโคคุ (Mushroom Kingdom)

ตั้งอยู่ที่เมือง Date Otaki-ku ที่นี่เขาดังเรื่องเห็ดขั้นสุด ขายทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด เมนูอาหารกรที่ขายก็เน้นเห็ด สายเห็ด สายสุขภาพบอกเลยว่าต้องห้ามพลาด


5. หอชมวิวไซโร Sairo Observatory 

เป็นจุดพักรถ จุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลสาบโทยะ รวมถึงเกาะนาคาจิมะ เขาอุสุ เขาโชวะชินซัง ย่านโทยะโกะออนเซ็น และปากปล่องภูเขาไฟนิชิยามะ นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นเขาโยเทซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นภูเขาฟูจิแห่งเอโซะ แห่งทิศตะวันตก

มีร้านค้าจำหน่ายของฝากมากมายทั้งขนมยอดนิยมของฮอกไกโดอย่าง Shiroi Koibito หรือ ROYCE จนถึง “มันวากาสะ (Wakasa Imo)” ของขึ้นชื่อของทะเลสาบโทยะ และยังมีผลิตภัณฑ์นมจาก “Bocca” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก รวมถึงชีส ไส้กรอก และโยเกิร์ตรวมทั้งของที่ระลึกพื้นเมืองจากฮอกไกโดมากมาย และชั้นสองเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ที่รองรับนักท่องเที่ยวได้มากมาย

จอดป้ายครั้งเดียวคุ้มเลย อ้อ ในช่วงหน้าหนาวเค้ามีลานกิจกรรมเล่นหิมะหลายอย่างทั้ง snow crusing ลากเรือยางแล่นบนหิมะสนุกมาก ๆ

ค่าใช้จ่าย 10 นาที สำหรับ ผู้ใหญ่   1300 เยน  และ เด็ก 1100 เยน

เล่น 20 นาที ผู้ใหญ่ 2500 เยน และ เด็ก 2000 เยน

หอชมวิวไซโล อุทยานแห่งชาติชิคตสึโทยะ

ที่อยู่ : 3-5 Naruka Toyakoji  , Abuta Hokkaido 049‐5832
โทร: 0142-87-2221 โทรสาร: 0142-87-2307

อีเมล์:silo@toyako.biz


6. Mt.Uzu ropeway  

เสียดายมากกกที่ไม่ได้ขึ้น Ropeway ในทริปนี้ เพราะเค้ากำลังเปลี่ยนกระเช้าให้เป็นรุ่นใหม่ที่ทันสมัย สวยงามและใหญ่กว่าเดิม ซึ่งตอนนี้ก็ขึ้นได้ตามปรกติแล้วค่ะ

รุ่นใหม่สวยใสมาก  

แต่เราเคยขึ้นมาที่นี่ครั้งหนึ่งช่วงหน้าร้อน ต่างฤดูนี่มันคนล่ะอารมณ์เลยน่ะ จะเห็นกระเช้าแบบเก่าสีเหลืองตัวเล็ก ตอนนี้เป็นสีขาวกระจกบานใหญ่ จุคนได้มากกว่าด้วย


7. ฟาร์มหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน (showa Shinzan Bear farm)

สวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน (Showa-Shinzan Bear Park) ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีกระเช้าภูเขาไฟอุสุ (Usuzan Ropeway) เป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาลที่มีพฤติกรรมน่ารักน่าชังที่สุด พอเราไปถึง มันก็รู้ล่ะ ว่ามันจะมีอาหารกินซึ่งคือแอปเปิ้ล เวลามันเห็นเรากำลังจะโยนลงไปในบ่อ บางตัวมียกมือไหว้ด้วยน่ะ 5555  ตอนเห็นครั้งแรก หัวเราะท้องแข็ง ใครนะช่างสอน 555

 






8. Toyako manseikaku hotel lakeside terrace

แวะทานข้าวเที่ยวกันที่โรงแรม Toyako Manseikaku ริมทะเลสาบโทยะ เป็นอาหารเช็ตที่รวมในค่าตั๋วรถแล้ว ตอนไปเป็นช่วงมีโควิด19 และฮอกไกโดมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในญี่ปุ่น แต่ก็หลักสิบหน่อยๆ เทียบกับตัวเลขตอนนี้ไม่ได้เลย ถึงกระนั้น แหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็เงียบมากถึงมากที่สุดจริงๆ ไม่เคยมาเที่ยวแล้วบรรยากาศเงียบสงัดแบบนี้มาก่อน เดินเล่นริมทะเลสาบนี่ไม่มีคนเลยซักคน เศร้าจัง


9. Ice star – Kiroro resort

คิโรโระ Kiroro Resort ตั้งอยู่ที่อะไคงาว่า วิลเลจ (Akaigawa village) บนเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหมู่บ้านนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหมู่บ้านที่มีความสวยงามเป็นลำดับ 2 ของญี่ปุ่น

คิโรโระ Kiroro resort มี 2 ส่วนคือ

1. The Kiroro, a Tribute Portfolio Hotel อยู่ตรงไอซ์บาร์ และลานกิจกรรมเล่นเครื่องเล่นหิมะ  https://www.kirorohokkaido.com

2. Sheraton Hokkaido Kiroro Resort อยู่ด้านในตรงลานสกีและกอนโดล่า https://www.marriott.com/hotels/travel/hkdsi-sheraton-hokkaido-kiroro-resort/

เป็นการมาคิโรโระครั้งที่ 5 และเป็นครั้งที่ 3 ที่มาในช่วงหน้าหนาวครั้งก่อนๆที่มา ยังไม่มีคอนโด Yu Kiroro ด้านหลังโบสถ์เลย

เก็บบรรยากาศสวยๆที่โบสถ์ไว้หลายช่วงเวลาเลยค่ะ

มา ice star restaurant ครั้งแรก เป็นครั้งแรกที่เข้าไอซ์บาร์ด้วย ตื่นเต้นๆๆ
ค่าเข้า 600 เยน เครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว พวกซุปราคา 1200-1300¥++





10. เนินพระพุทธเจ้า(Hill of the Buddha, 頭大仏殿) ซัปโปโร

Atama Daibutsu

เวอร์ชั่น หน้าหนาว หิมะตกขาวโพลนไปหมด ไม่ค่อยเห็นอะไรแต่ก็ได้อีกบรรยากาศนึงค่ะ

ที่นี่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของสุสาน Makomanai Takino Cemetery ที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมสามสี่ปีนี่เอง จุดเด่นคือมีพระใหญ่ไดบัทสึขนาดใหญ่ 13.5 เมตร หนัก 1500 ตัน อยู่ภายในโดมครอบอีกที รอบๆตอนนี้ไม่เห็นอะไรเพราะหิมะหนาทึบแต่ในช่วงฤดูร้อน จะเห็นลาเวนเดอร์บานสะพรั่งสวยงามโดยรอบเลย (ดูจากรูปมาเหมือนกันค่ะ อิอิ)

รอบๆมีรูปปั้นหินจำลองของโมอายแห่งเกาะอีสเตอร์ และรูปปั้นหินจำลองของสโตนเฮนจ์ (อันนี้ไม่มองไม่เห็นค่ะ แต่ตรงโมอายสวยเลย)

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Nanboku Line (สายสีเขียว) นั่งไปจนสุดสายลงที่สถานี Makomanai จากนั้นต่อรถบัสเบอร์ 108 ไปลงป้ายสุดท้าย รถจอดด้านใน Hill of the Buddha เลย


 


 

11. ชิโรอิโค อิบิโตะ พาร์ค (Shiroi koibito park)




12. ร้าน คิตะโนะกุรุเม่  Kitanogurume 海鮮食堂 北のグルメ亭

ร้านข้าวหน้าทะเลอันโด่งดัง สายปลาดิบ ซาซิมิต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ร้านตั้งอยู่ในย่านตลาดปลา Jyogai ใครชอบอะไร สั่งไม่ยั้งได้เลย ทั้งปลามากุโระ หอยแม่น ไข่ปลาแซลม่อน ปลาหมึกแซลมอน กุ้งหวาน  หอยโฮตาเตะ ปูทาราบะ จัดเต็มๆไปจ้าาา ร้านใหญ่มาก มีห้องทานอาหารทั้งชั้นบนและชั้นล่าง

ที่อยู่ :  22 Chome-4-1 Kita 11 Jonishi, Chuo Ward, Sapporo, Hokkaido Prefecture,Japan ฮอกไกโด (ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Nijuyonken station)

เปิด : 7:00 – 15:00 ทุกวัน last order  14:30

ดูเมนู/ราคา และรายละเอียดร้านได้ที่นี่ https://www.kitanogurume.co.jp/en/dining/index/html

แผนที่ : http://www.kitanogurume.co.jp/en/map.html

ชามล่ะ  3490 เยน คุ้มเกินคุ้ม นี่เห็นแล้วน้ำลายไหล อิอิ

3270 เยน เครื่องเต็มหน้าแน่นๆๆ มาซัปโปโรต้องห้ามพลาดน่ะ

 


13. โรงกลั่นสาเก ทานากะ คิคโคกุระ (Tanaka Sake Brewery Kikkogura) เมืองโอตารุ

โรงกลั่นสาเกทานากะเป็นโรงกลั่นสาเกเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเมืองโอตารุ เริ่มกิจการในยุคเมจิ (ช่วงปีค.. 1899) และในช่วงต้นสมัยโชวะ (.. 1927) ก็ได้ย้ายกิจการมายังเมืองโอตารุโดยนำอาคารเก่าของเมืองโอตารูมาถูกบูรณะขึ้นเพื่อทำเป็นโรงกลั่นสาเกปัจจุบันยังคงเหลือหนังสือและป้ายตราของสมัยโชวะจัดแสดงอยู่และอาคารหลักของโรงกลั่นสาเกทานากะนั้นได้รับการประกาศเป็นอาคารทางประวัติศาสตร์ของเมืองโอตารุ

เราขึ้นไปชั้นสองเพื่อชมกระบวนการผลิตของที่นี่ มีเครื่องขัดสีข้าวโดยข้าวที่เรากินกันปกตินั้นปริมาณการขัดสีจะอยู่ที่90% ส่วนข้าวที่มาทำสาเกจะขัดสีน้อยกว่านั้นอยู่ที่ 70% หรือ 50% ลงมาขึ้นอยู่กับชนิดของสาเก 

นอกจากสาเกแล้วที่นี่ยังมีเหล้าบ๊วยหลายรส ทั้งเหล้าลูกพรุน เหล้าลูกท้อ บลูเบอรี่ เหล้าอะโลเนียที่บำรุงสายตา (อันนี้อร่อย เราซื้อกลับด้วย) 

โรงกลั่นสาเกทานากะมีการผลิตสาเกตลอดทั้งปี หากใครสนใจก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมโรงกลั่นแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปีค่ะ

ศูนย์การท่องเที่ยวฮอกไกโดซัปโปโรทานุกิโคจิ (ภาษาอังกฤษ)

http://www.tourist-information-center.jp/hokkaido/sapporo/en/

ที่อยู่ : 2-2 Nobukacho, Otaru-shi

การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากสถานี Minamiotaru  JR Hakodate Main Line

โทร: 0134-21-2390


14. Otaru

มีเวลาแวบเดียว ก็ต้องแวบมาถ่ายภาพกับมุมฮิตมุมนี้ก่อนจะไปไหนต่อไหน ใครมาแล้วไม่มีรูปมุมนี้คือมาไม่ถึงโอตารุน่ะเจ้าค่ะ อิอิ

ครั้งแรกที่มาญี่ปุ่น ก็มาฮอกไกโดก่อน เราเห็นซัปโปโร โอตารุ ก่อนโตเกียว โอซาก้าซะอีก ^^

ในรูปเป็นทริปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต เดือนธค. ปี 2013 ก็ไม่ค่อยนานเท่าไหร่น่ะ อิอิ




15. ศาลาว่าการเมืองฮอกไกโดหลังเก่า (ทำเนียบอิฐแดง) Sapporo

มุมยอดฮิตของซัปโปโร โลโก้ของเมืองที่ต้องแวะมาเก็บภาพทุกครั้ง  ศาลาว่าการเมืองหลังเก่าเป็นอาคารที่ก่อสร้างจากอิฐจึงเป็นที่รู้จักดีด้วยชื่อเล่น ‘ทำเนียบอิฐแดง’ เป็นอาคารที่ถูกสร้างตามแบบนีโอ บาโรกของอเมริกาในปีค.ศ.1888 (ปีเมจิที่ 21) อายุกว่า 80 ปี

การเดินทาง

  • รถไฟใต้ดินสายนัมโบะคุ, สายโทโฮ, สาย JR ลงรถที่ “ซัปโปโร” เดิน 8 นาที
  • รถไฟใต้ดินสายนัมโบะคุ, สายโทโฮ ลงรถที่ “โอโดริ” เดิน 9 นาที


เป็นคนชอบหิมะที่สุด การเดินท่ามกลางหิมะตกคือความฝันอย่างนึง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เดินฝ่าหิมะที่ตกหนักกลางเมืองไกลๆขนาดนี้ อันนี้เดินจากถนนคนเดิน ทานุกิโคจิ (tanukikoji) กลับโรงแรม Grand Sapporo ระยะทางเบาๆ 6-700 เมตร จริงๆเดินที่อุโมงค์ทางเดินใต้ดินก็ได้ แต่เราเลือกที่จะเดินฝ่าหิมะแบบนี้ล่ะ

บรรยากาศเดินแบบเหงาๆหน่อยเพราะหิมะตกหนักมาก คนน้อยหนีโควิดกันด้วย แต่คิดว่าหนีลงไปเดินใต้ดินหนีหิมะมากกว่า ^^


16. ซัปโปโร พิริกะโคทัน (ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมของชาวไอนุซัปโปโร)

Ainu Culture Promotion Center (Sapporo Pirka Kotan)

พิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้คุณรู้จักกับวัฒนธรรมของชาวไอนุ ในซัปโปโร มีการจัดแสดงเสื้อผ้า เครื่องใช้ ไม้สอย หัตถกรรมต่าง ๆ ของชาวไอนุให้ชม ซึ่งชนเผ่าไอนุ เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บนเกาะฮอกไกโดมาช้านาน มีวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ

คำว่า ซัปโปโร พิริกะโคทัน มาจากภาษาไอนุ แปลว่า หมู่บ้านที่สวยงามแห่งซัปโปโร
ที่ห้องแสดงนิทรรศการมีการจัดแสดงชุดพื้นเมืองและอุปกรณ์การใช้ชีวิตและอื่นๆ กว่า 300 ชิ้นนอกจากนั้น ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์จากขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมไอนุโดยการทำมุคคุริ ซึ่งเป็นดนตรีพื้นเมืองไอนุและปักผ้าพื้นเมืองไอนุ ด้วยความร่วมมือของสมาคมไอนุฮอกไกโด สาขาซัปโปโรได้อีกด้วย

ที่อยู่ : 27 Koganeyu, Minami Ward, Sapporo, Hokkaido 061-2274

เวลาทำการ : 8:45 น.-22:00 น. (ห้องแสดงนิทรรศการและสวน 9:00 น.-17:00 น.)

วันหยุด : วันจันทร์ วันหยุดราชการ ทุกวันอังคารสุดท้ายของเดือน วันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ : 200 เยน เด็กนักเรียน 100 เยน

โทร : 011-596-5961

http://www.city.sapporo.jp/shimin/pirka-kotan/en/

การเดินทาง

  • จากสถานีรถไฟซัปโปโร ขึ้นรถประจำทางโจเทะซึ ไปโจซังเคออนเซ็น (ไคโซคุ 7) (ไคโซะคุ 8) ประมาณ 60 นาที
  • จากสถานีรถไฟซัปโปโร ขึ้นรถประจำทางโจเทะซึ ไปโฮเฮเคียวออนเซ็น (ด่วน 7) ประมาณ 60 นาที
  • จาก “มาโคมานะอิ” โดยรถไฟใต้ดินสายนัมโบะคุ ขึ้นรถประจำทางโจเทะซึ ไปโจซังเคออนเซ็น (12) ประมาณ 38 นาที
  • ※ทั้งหมดลงรถที่ “โคกาเนยุ” เดินประมาณ 6 นาที



Facebook Comments

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec